ลดาวัลซ์
สำนึกที่หลงเหลือ
ลดาวัลซ์
- ย่ำ..ยาก...วสันตฤดู
-
๑ พ.ย. ๕๓ , ริมระเบียงหน้าบ้าน ฉันขยับเรือนร่างเข้าใกล้หยดน้ำที่หลากจากเพิงหลังคาลงสู่พื้นซีเมนต์หน้าบ้าน เปล่า,ฉันไม่ได้นึกอยากอาบน้ำเล่นเหมือนเมื่อครั้งกระโน้นที่ยังเป็นเด็กเล็กอยู่ แต่ฉันเพียงถือเอาโอกาสจากฤดูกาล วสันตฤดู ปล่อยร่างกายให้เม็ดฝนสาดแล้วเก็บเอาความชุ่มชื่นมากักตุนไว้ในความรู้สึกส่วนลึกที่สุด(เก็บเผื่อเอาไว้ต่อสู้กับวันพรุ่ง) ฉันอิ่มใจกับฤดูกาลเช่นนี้เสียเหลือเกิน
๒ พ.ย. ๕๓ , ริมระเบียงหน้าบ้าน (เช่นเคย) ตื่นแต่เช้าตรู่ด้วยความรู้สึกที่ขุ่นมัว แน่ล่ะ, ฉันคงนิ่งเฉยอยู่ไม่ได้ ในเมื่อทั้งคืนมรสุมใหญ่ปกคลุม
มีต่อ » - เมื่อผู้เฒ่าเล่าขาน..
-
จำได้ว่า..เย็นย่ำวันหนึ่ง ริมทุ่ง ใต้ต้นข่อยใหญ่ เฒ่าชาวนาพร่ำบทความคล้ายกวีจากหน่ออ่อนของวิถีนามว่า ..ชีวิต ความว่า... " แท้จริงแล้ว สรรพสิ่งบนโลกล้วนแล้วแต่ซ่อนไว้ซึ่งปรัชญา(คำสอน) จำได้ว่าครั้งกระโน้นเมื่อวัยหนุ่ม ทุกครั้งที่แบกจอบออกนา รายทางซึ่งมากด้วยอสรพิษ แต่กระนั้นแล้วเราก็ควรคิดอย่างลึกซึ้งและเรียนรู้ว่า สรรพชีวิตล้วนแล้วแต่ออกล่าเพื่อปากท้อง และปกป้องเพื่อการดำรงชีวิตสืบต่อ มนุษย์ก็เฉกเช่นเดียวกัน
มีต่อ » - ภาพร่าง
-
(คัดลอก ๑๓ ก.ค. ๕๓) ๑๕ พ.ย. ๕๒ ; ๑๑๓๒ น. ริมสระน้ำ PRB ราม ๒-บางนา
นานทีเดียว...สำหรับ “มุมเดิม” ณ ห้องสมุดชั้น ๒ (ราม-บางนา) ทุกอย่างดูคล้ายยังเหมือนเดิม แน่ล่ะ,อาจมีบางอย่างเปลี่ยนแปลงไปบ้าง แต่ก็หาใช่เรื่องราวสำคัญไม่ ชั้นวางหนังสือดูเพิ่มและใหม่ขึ้น แต่กระนั้นเมื่อฉันเพ่งพินิจมอง...เล่มที่เคยอ่าน เรื่องราวที่เคยเรียนรู้ ยังบรรจุแน่นในชั้นวางของหมวดต่างๆ และ...ใช่, เราคงรอที่จะพบกันและฉันก็ยินดีที่เราได้เจอกันอีก
มีต่อ » - บ่งค่าวิถี
-
ม้าหิน-โคนกระท้อน บ้านเรืองศิลป์
๖/๒/๕๓ : ดอกกระท้อนบานแล้ว มองลอดผ่านใบ เห็นว่าวจุฬาสีแดง-น้ำเงิน ลอยอวดอัตตาผู้ก่อร่าง..
๒๔/๓/๕๓ : ฤดูกาลแปลงผลผลิตจากธรรมชาติ..กระท้อนวัยหนุ่มผัดเปลี่ยนจากดอกสู่ลูก และฉันต้องใจเย็นเพื่อ..รอ..จนกว่าลูกกระท้อนจะเหลืองงามพร้อมให้ฉันและใครต่อใครได้ลิ้มลอง
มีต่อ » - เล่าเรื่องราว
-
ณ คืนที่ดวงจันทร์เคลื่อนตัวเข้าจุมพิตโลกมากที่สุด ในปี ๕๓
ฉันเดินริมหาดปากเมง(ตรัง) เพียงเพื่ออยากเกิดความรู้สึกผ่อนคลายจากเรื่องบางอย่าง .. ตามรายทางที่ฉันเดินและย่ำ.. พลันเกิดความคิด...
เป็นความจริง..ทะเลนั้นย่อมที่จะมีคลื่นสาดซัดเป็นพลวัต แต่ก็คงจะไม่ใช่เป็นแค่คลื่นเพื่ออธิบายคำว่า ทะเล เพียงอย่างเดียวไม่ หากแต่ยังนำพา..ซึ่งเศษซาก ทรายเม็ดโตบ้าง เล็กบ้าง เปลือกหอย ก้างปลา และเศษขวดหลากสี ถมทับก่อตัวเป็นสันทราย อาจเพื่อไว้กันคลื่นลม (ตัวเอง)เมื่อยามหน้ามรสุมมาถึง หรืออาจมีไว้เพื่อปกป้องสรรพชีวิตใกล้ฝั่ง
และ..เป็นความจริง..มนุษย์ผู้โอหัง ผู้ซึ่งลืมความผสมกลมกลืน ลืมซึ่งความสัมพันธ์แห่งสายพันธุกรรมต้นกำเนิด และลืมซึ่งการเอื้ออิงต่อกันกับจักรวาล บ่อน - ทำลาย - และพรา่บ่น หาคนผิด
"สมควรยิ่งแล้ว..ต่อการพิพากษาจากโลก"
วาสิฎฐี สุญญตา , ก่อนพลบ
มีต่อ »


สภาผู้บริโภคจังหวัดสงขลา 1-0-12-54