ลดาวัลซ์

ลดาวัลซ์ ลดาวัลซ์

สำนึกที่หลงเหลือ

ลดาวัลซ์

7 items(1/2) 2 Next » Last »|
ภาพร่าง

(คัดลอก ๑๓ ก.ค. ๕๓) ๑๕ พ.ย. ๕๒ ; ๑๑๓๒ น. ริมสระน้ำ PRB ราม ๒-บางนา

        นานทีเดียว...สำหรับ “มุมเดิม” ณ ห้องสมุดชั้น ๒ (ราม-บางนา) ทุกอย่างดูคล้ายยังเหมือนเดิม แน่ล่ะ,อาจมีบางอย่างเปลี่ยนแปลงไปบ้าง แต่ก็หาใช่เรื่องราวสำคัญไม่ ชั้นวางหนังสือดูเพิ่มและใหม่ขึ้น แต่กระนั้นเมื่อฉันเพ่งพินิจมอง...เล่มที่เคยอ่าน เรื่องราวที่เคยเรียนรู้ ยังบรรจุแน่นในชั้นวางของหมวดต่างๆ และ...ใช่, เราคงรอที่จะพบกันและฉันก็ยินดีที่เราได้เจอกันอีก

        ๑๓.๐๕ น.สิ่งเร้าภายในกระตุ้นให้ฉันต้องเดินมุ่งหน้าไปยัง.... ซุ้มเก่าๆใต้ต้นมะขามที่ยืนเรียงรายอยู่ริมสระน้ำ หลังอาคารเรียนอันสูงใหญ่ PRB ซึ่งโดยส่วนตัวแล้วฉันมักคิดเอาเองเสมอว่าที่นี่อาจมีความละม้ายคล้ายคลึงกับบึงแฝดตามตำนานของป่าวาสิฎฐี ณ จุดที่ฉันนั่งอยู่ตอนนี้เมื่อเกือบทศวรรษก่อนนั้น เคยมีหลากหลายเรื่องราวก่อเกิด และยังคงบรรจุอยู่ในความเป็นอดีต แม้จะผ่านกาลเวลามาแล้วระยะหนึ่งก็ตามที.. ภาพร่างค่อยๆแจ่มชัดขึ้นในมโนสำนึก.....เกือบทุกวันฉันจะหาโอกาสปลีกตัวออกจากความวุ่นวาย ซึ่งหากจะให้เป็นวาทกรรมที่งดงามก็คงจะเพรียกเสียงว่าปลีกวิเวก..กระมัง แต่จนกระทั่งตอนที่นั่งบันทึกอยู่นี้ฉันก็ยังแน่ใจว่าเพียงแสวงหาช่วงเวลาของวัน มา ณ ตรงซุ้มใต้มะขาม ริมสระ เพียงเพื่อนั่ง นอน เอนกาย มอง คิด ยิ้ม เพ้อ.... LSD กำลังซ่านในเส้นเลือด พร้อมๆกันนี้เซเรเบลั่มในเบ้ากะโหลกกำลังได้รับการผ่อนคลายอย่างที่สุด....Imagine all the people Living for today……Ah ha ah…. จอห์น เลนนอน กำลังพร่ำบ่นเรียกหาสันติภาพของมวลมนุษยชาติ และแน่ล่ะฉัน..กำลังปลดปล่อยพันธนาการทั้งมวลของสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าคน(จะพึงมี)         ..ก่อนลำแสงสุดท้ายของวันจะเร่งเร้าให้ฉันต้องลุกขึ้นไปทำในสิ่งที่ชนรุ่นก่อนได้สร้างบรรทัดฐานไว้...เรียนเพื่อออกไปเป็นเจ้าคนนายคนหรือไม่แล้วก็เป็นทาสคนอีกนั่นแหละ.. ตื่นจากพวังแห่งความคิด...ฉันมองไปรอบข้าง  พร้อมเอ๋ยปากฝากสัญญาไว้กับเหล่าบัวในสระ “สักวันเราคงได้พบกันอีก ลาก่อนความงดงาม”
                                                                            วาสิฎฐี สุญญตา

มีต่อ »
บ่งค่าวิถี

ม้าหิน-โคนกระท้อน บ้านเรืองศิลป์

๖/๒/๕๓ : ดอกกระท้อนบานแล้ว มองลอดผ่านใบ เห็นว่าวจุฬาสีแดง-น้ำเงิน ลอยอวดอัตตาผู้ก่อร่าง..

๒๔/๓/๕๓ : ฤดูกาลแปลงผลผลิตจากธรรมชาติ..กระท้อนวัยหนุ่มผัดเปลี่ยนจากดอกสู่ลูก และฉันต้องใจเย็นเพื่อ..รอ..จนกว่าลูกกระท้อนจะเหลืองงามพร้อมให้ฉันและใครต่อใครได้ลิ้มลอง

๒๙/๕/๕๓ : กระท้อนลูกโตวางแน่นิ่งในตะกร้ารถ ผลิตผลบวกกับการรอคอย โดยใช้เวลาเป็นตัวตั้งทั้งสองฝ่ายและฉันก็อิ่มใจ..มีคนกล่าวถึงเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างธรรมชาติ โลก และจักรวาล ความเป็นองค์รวมที่ไม่สามารถแบ่งออกเหมือนดังเช่นที่มนุษย์ได้เชื่อถือกัน เช่นว่า นั่นเป็นก้อนหิน นี่เป็นเม็ดทราย โน้นคือใบไม้ เหล่านี้คือสสาร

แต่บทความหนึ่งของเสกสรรค์ ประเสริฐกุล ทำให้ฉันต้องกลับไปแอบสังเกตุพฤติกรรมของโลกใหม่ ในบทความกล่าวไว้ว่า " สายลม สายน้ำ แสงตะวัน กระทั่งดวงดาวและดวงจันทร์ ล้วนสัมผัสสัมพันธ์กับภูผาอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน

มีต่อ »
เล่าเรื่องราว

ณ คืนที่ดวงจันทร์เคลื่อนตัวเข้าจุมพิตโลกมากที่สุด ในปี ๕๓

ฉันเดินริมหาดปากเมง(ตรัง) เพียงเพื่ออยากเกิดความรู้สึกผ่อนคลายจากเรื่องบางอย่าง .. ตามรายทางที่ฉันเดินและย่ำ.. พลันเกิดความคิด...

เป็นความจริง..ทะเลนั้นย่อมที่จะมีคลื่นสาดซัดเป็นพลวัต แต่ก็คงจะไม่ใช่เป็นแค่คลื่นเพื่ออธิบายคำว่า ทะเล เพียงอย่างเดียวไม่ หากแต่ยังนำพา..ซึ่งเศษซาก ทรายเม็ดโตบ้าง เล็กบ้าง เปลือกหอย ก้างปลา และเศษขวดหลากสี ถมทับก่อตัวเป็นสันทราย อาจเพื่อไว้กันคลื่นลม (ตัวเอง)เมื่อยามหน้ามรสุมมาถึง หรืออาจมีไว้เพื่อปกป้องสรรพชีวิตใกล้ฝั่ง

และ..เป็นความจริง..มนุษย์ผู้โอหัง ผู้ซึ่งลืมความผสมกลมกลืน ลืมซึ่งความสัมพันธ์แห่งสายพันธุกรรมต้นกำเนิด และลืมซึ่งการเอื้ออิงต่อกันกับจักรวาล บ่อน - ทำลาย - และพรา่บ่น หาคนผิด

"สมควรยิ่งแล้ว..ต่อการพิพากษาจากโลก"

วาสิฎฐี สุญญตา , ก่อนพลบ

มีต่อ »
ผู้เฒ่า..เทือกบรรทัด

เวลาย่ำรุ่ง,ฉันมักฝืนตื่น ต้มน้ำ-ชงชา เพียงเพื่อลดความหนาวเมื่ออ่านหนังสือที่ควรอ่านก่อนตาย และทุกอย่างดำเนินไปโดยไม่ได้มีอะไรผิดแปลกจากวงจรวิถีที่เป็นอยู่เฉกเช่นทุกวัน..แต่กระนั้นแล้ว  เมื่อแสงสีทองจากขอบฟ้าตะวันออก ส่องตัดผ่านช่องเขาเทือกบรรทัด ..ฝ่าม่านหมอก ....

มีต่อ »
เพียงบอกเล่าเรื่องราว

บทความของฉันก็คงเป็นหนึ่งเดียวกัน ความโหดร้ายได้เกิดขึ้นจริงบนกาแล็กซี่ทางช้างเผือกของฉัน และไม่มีเหตุผลฟ้องร้อง และจำเพาะเจาะจงว่าต่อมนุษยชาติด้วยกัน ฉันไม่อาจไว้ใจสิ่งที่มนุษย์ เรียกว่าพระเจ้าหรือไม่ก็เทวดาหน้าไหน ว่าจักสร้างให้โลกนี้สงบสุขได้

นอกจากมนุษยชาติด้วยกันเท่านั้น ที่จะต้องช่วยกัน

หนึ่งแล้ว..บทความของฉันอาจเป็นเพียงส่วนหนึ่งของเม็ดน้ำค้างที่หยดหยาดลงในโลกมนุษย์ น้ำค้างที่ผ่านกระบวนการก่อเกิดยาวนาน และยากเย็น มาปรากฏให้เห็นอยู่ในเพียงหนึ่งเสี้ยว เวลา มีเพียงผู้ที่ตื่นเมื่อเช้าเท่านั้นดอก ที่ได้เห็นน้ำค้างเต็มไปหมดทั้งพฤกษ์ป่า และท้องทุ่ง

มีต่อ »
7 items(1/2) 2 Next » Last »|