กิจกรรม
การประชุมอบรมเสริมศักยภาพอาสาสมัครคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคจังหวัดสงขลา
เมื่อวันที่ ๒๒ – ๒๓ มิถุนายน ทางสมาคมผู้บริโภคสงขลา ได้จัดการประชุมอาสาสมัครคุ้มครองสิทธิผู้บริโภค จ.สงขลา ณ ห้องประชุมโรงแรมพาวิเลี่ยน สงขลา เพื่อจะลงรายละเอียดอาสาสมัครว่าปีนี้ เราจะทำอะไรเพื่อคุ้มครองผู้บริโภค อะไรที่จะให้เราเข้าไปช่วยในการแก้ไขปัญหาที่ไม่สามารถแก้ได้ วัตถุประสงค์หลักคือ การทำแผนงานร่วมระหว่างอำเภอไปสู่จังหวัด และแผนในปีหน้า การรับเรื่องร้องเรียนหลังจากนั้น
นางสาวบารีย๊ะ ยาดำ ผู้ประสานงานศูนย์คุ้มครองสิทธิผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคมนำเสนอการการดำเนินงานในปีที่ผ่านมา 3 แผนที่เราได้ทำงานร่วมกัน
1.เวทีสร้างความรู้ความเข้าใจในพื้นที่
2.รณรงค์ประชาสัมพันธ์ในพื้นที่
3.การรับเรื่องร้องเรียนในพื้นที่
นางชโลม เกตุจินดา ผู้ประสานงานวิชาการเครือข่ายองค์กรผู้บริโภคภาคใต้พูดถึงกิจกรรมที่ได้วางกรอบไว้
เวที คือเราต้องพูดคุยกับคนในพื้นที่ที่เป็นแกนนำ
การเผยแพร่ หลายพื้นที่ใช้วิธีการจัดรายการวิทยุ บางพื้นที่ใช้วิธีการเผยแพร่ให้ความรู้แบบข้อมูล
รับปัญหา เราจะมีการสนับสนุนผ่านทางนี้ เรามีเงินสนับสนุนจัดการให้
และพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเรื่องโทรคมนาคม เปลี่ยนเป็น 3g แล้วหมายเลขเดิมเราจะใช้ได้ไหม เราต้องเปลี่ยนอะไรบ้าง 3g จะใช้ได้ดีกับคนที่ไม่ใช้โทรศัพท์แนบหู เช่นคนพิการ และคนที่ชอบเล่นเน็ต คนที่ชอบอ่าน เพราะสามารถอ่านได้เยอะ
นางสาวจุฑา สังขชาติ ผู้ประสานงานเครือข่ายองค์กรผู้บริโภคภาคใต้ เล่าถึงสถานการณ์เรื่องอาหาร เราเป็นอาสาสมัครเราน่าจะเจอปัญหาหลายๆเรื่อง ตัวอย่างเรื่องข่าว เรื่องผลิตภัณฑ์สุขภาพ อาหาร ยา เครื่องมือแพทย์ การอวดอ้างสรรพคุณเกินจริง แต่ก็ยังมีผลิตภัณฑ์ที่ฝ่าฝืนลักลอบโฆษณา ที่เห็นอยู่ก็ทางเคเบิลทีวี
ในช่วงบ่ายก็ร่วมกันพูดคุยเรื่องของภาพฝันที่อยากเห็นร่วมกันของอาสาสมัคร
ผู้บริโภคได้รับข้อมูลข่าวสาร รู้เท่าทัน รู้จักสมาคมผู้บริโภคสงขลา เข้าถึงช่องทางการร้องเรียน เข้มแข็ง สามารถพิทักษ์สิทธิได้
อาสาสมัคร มีการขยายทำงานครอบคลุมพื้นที่ มีความมั่นคงทำงานอย่างเข้มแข็งและต่อเนื่อง มีอิสระเป็นเอกภาพ ไม่ถูกครอบงำ
องค์กรผู้บริโภคในพื้นที่ได้รับการสนับสนุนต่อเนื่อง
ผู้ผลิต มีความเข้าใจงานคุ้มครองผู้บริโภค ไม่เอาเปรียบมีความรับผิดชอบ
มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง
และหลังจากนั้นก็เป็นช่วงที่อาสาสมัครแต่ละอำเภอร่วมกันเขียนและกำหนดแผนงานของแต่ละพื้นที่ ซึ่งสรุปแล้วแผนงานในแต่ล่ะอำเภอ ก็จะมีรูปแบบคล้ายๆกัน แต่อาจจะมีรายละเอียดแตกต่างกันในแต่ล่ะพื้นที่ และมีงบประมาณที่ไม่เท่ากัน
ส่วนในวันที่ 23 มิถุนายน 2553 เทคนิคการรับเรื่องร้องเรียน โดย นางสาวสวนีย์ ฉ่ำเฉลียว มูลนิธิเพื่อผู้บริโภคการทำงานับเรื่องร้องเรียนอาจจะมีข้อติดขัดบางประการ เราเลยมาเสนอเทคนิคที่สำคัญสำหรับการรับเรื่องร้องเรียน
เทคนิคการสอบข้อเท็จจริง และการบันทึกข้อมูล เช่น ชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อ เป็นสิ่งสำคัญอันดับที่ 1 เพราะเมื่อเรามีข้อมูลเหล่านี้เราสามารถทำเอกสารส่งต่อไปยังที่อื่นได้
เทคนิคการออกจดหมายติดต่อประสานงาน วิธีการโทรไปประสานงานเปรียบเสมือนการโทรไปพูดแบบลอยๆ แต่การออกจดหมายจะเป็นการสร้างหลักฐาน การออกจดหมายที่ดีควรจะมีจดหมายตอบรับด้วย
เทคนิคการเจรจาไกล่เกลี่ย เริ่มตั้งแต่การออกจดหมาย การออกจดหมายเป็นการยื่นข้อเสนอ เช่น เรื่องรถ กรณีต้องการเปลี่ยนรถ ถ้าเกิดบริษัทไม่ยอม และเราก็ไม่ยอม เราสามารถทำจดหมายออกไปยัง สคบ. ได้เลย ทาง สคบ.จะมีอำนาจในการเรียกบริษัทมาคุยได้
ความรู้ในด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
อุปกรณ์ที่ใช้รับเรื่องร้องเรียน เช่น กล้องถ่ายรูป
การสอบสวนข้อเท็จจริง
เป็นการกระทำเบื้องต้นเพื่อการเสาะแสวงหาข้อเท็จจริงรวมทั้งหลักฐานทางคดีที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็น พยานบุคคล พยานเอกสาร หรือพยานวัตถุ ทั้งนี้เพื่อจะพิสูจน์ทราบข้อเท็จจริงนั้นๆ
การสอบสวนเบื้องต้นนั้นมีความประสงค์ที่จะรู้เรื่องราวดังต่อไปนี้ (ประธาน-กริยา-กรรม)
๑. ใครหรืออะไร (ประธาน)
๒. ทำอะไร (กริยา)
๓. ที่ไหน
๔. เมื่อไร
๕. อย่างไร (กรรม)
คดีอาญา - คดีแพ่ง
คดีอาญามีความเกี่ยวพันกับรัฐ ความสงบเรียบร้อยในสังคม ผลของการลงโทษเป็นการลงโทษโดยการจำกัดสิทธิเสรีภาพ จึงส่งผลให้ขั้นตอนการดำเนินคดีเป็นไปโดยรัดกุม มีพนักงานเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้ามาเกี่ยวข้อง
คดีแพ่ง เป็นเรื่องของความเกี่ยวพันระหว่างเอกชนจึงเป็นเรื่องที่แต่ละฝ่ายจะต้องดำเนินการรักษาสิทธิประโยชน์ของตนเองเป็นหลัก สิ่งเหล่านี้มีผลต่อการสอบสวนข้อเท็จจริง การนำสืบพยานหลักฐาน
มาตรฐานการพิสูจน์ความผิดของคดีอาญา
คดีอาญาถือหลักว่า โจทก์ต้องพิสูจน์โดยปราศจากสงสัยว่าจำเลยได้กระทำความผิด กล่าวคือ พยานหลักฐานของโจทก์ต้องมีน้ำหนักมั่นคงฟังได้ปราศจากสงสัย ศาลจะไม่พิพากษาลงโทษจำเลยจนกว่าจะแน่ใจว่าได้มีการกระทำผิดเกิดขึ้นจริง และจำเลยเป็นผู้กระทำความผิดนั้น เมื่อมีความสงสัยตามสมควรว่าจำเลยได้กระทำความผิดหรือไม่กฎหมายให้ยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลย (ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๒๗ วรรค ๑ , วรรค ๒ )
มาตรฐานการพิสูจน์ความผิดในคดีแพ่งถือหลักว่า พยานหลักฐานฝ่ายใดมีน้ำหนักดีกว่ากัน ไม่ใช่ถือหลักว่าโจทก์จะต้องพิสูจน์โดยปราศจากข้อสงสัยเหมือนในคดีอาญา ดังนั้นบางครั้งทั้งโจทก์และจำเลยอาจนำสืบพยานได้ไม่น่าเชื่อถือพอ ๆ กัน แต่ก็ต้องถือหลักว่า ฝ่ายใดมีความน่าเชื่อถือกว่า มีน้ำหนักกว่าก็เป็นฝ่ายชนะคดีได้
และในช่วงบ่ายก็มีการให้อาสาสมัครฝึกปฏิบัติการรับเรื่องร้องเรียนและร่วมกันพูดคุยซักถามข้อสงสัยระหว่างอาสาสมัครและ คุณสวนีย์ ฉ่ำเฉลียว
Relate topics
- เวทีสภาผู้บริโภคสงขลากับปัญหาเรื่องร้องเรียน 7 ด้าน
- รายงานข่าว..ศูนย์ประสานงานหลักประกันประชาชนอาสาช่วยเพื่อนน้ำท่วม
- รณรงค์แบบเคลื่อนที่ 4 ล้อ หัวใจอิสระตามมาตรา 61
- รณรงค์ต่อเนื่องที่สทิงพระ..ในงานกีฬาระหว่างโรงเรียนเผยแพร่ข้อมูลผู้ปกครองนักเรียนและผู้บริโภคทั่วไปเตือนใช้ยาต้องกล้าถามและระวังอาหารไม่ปลอดภัย
- จำลององค์การอิสระผู้บริโภค...สสจ.ชวนกสทช.จัดระเบียบวิทยุ










สภาผู้บริโภคจังหวัดสงขลา 1-0-12-54