ข่าวไอที
โทรศัพท์ 3 จี โปรดรอ “กสทช.” สักครู่จะได้ไหม!!??
หลายวันก่อนพ.อ.นที ศุกลรัตน์ หนึ่งในคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม ในฐานะประธานคณะกรรมการทำงานการประมูลโทรศัพท์ระบบ 3 จี ประกาศเสียงดังฟังชัดว่า การประมูลโทรศัพท์ 3 จีในเดือนก.ย.ที่จะถึงนี้ จะต้องเดินหน้าสถานเดียว รัฐบาลต้องไม่นำเรื่องการแปลงสัญญาสัมปทานของโทรศัพท์ระบบ 2 จี มาผูกติดกับการประมูลโทรศัพท์ 3 จี..
พ.อ.นที ยังได้แสดงความเป็นห่วงว่าแนวคิดการแปลงสัญญาสัมปทานระบบ 2 จีของเอกชนว่าจะทำได้แค่ไหนอย่างไร เพราะละเอียดซับซ้อนหลายเรื่อง เช่น ส่วนแบ่ง, ค่าชดเชย ฯลฯ
สุดท้ายคนดังของ กทช.ท่านนี้ฟันธงว่า...มีแต่คำสั่งศาลเท่านั้นที่หยุดการประมูล 3 จีของ กทช.ได้
พูดจาด้วยภาษาร่วมสมัยต้องบอกพ.อ.นทีว่า...นายแน่มาก!!
อันที่จริงผมก็ไม่ได้สันทัดชัดเจนเรื่องโทรศัพท์ 2 จี 3 จี อะไรหรอก ยิ่งนั่งฟังพรรคพวกคุยเรื่อง 4 จี 5 จี 100 จีหรือเรื่องไฮเทคที่ล้ำลึก ก็ได้แต่มึนตึ้บ...
แต่วันนี้ที่มาขอแจมขอพูดด้วยคนก็เพราะเห็นว่า เรื่องของกิจการโทรคมนาคมเป็นเรื่องใหญ่ รัฐบาลได้เสียจากตรงนี้ถึงปีละ1.9 แสนล้านบาท และที่ผ่านๆ มาบอกตรงๆ ว่าผมยังไม่มั่นใจในบทบาทของ กทช.ว่าจะตรงไปตรงมามากน้อยแค่ไหน...
ต้องไม่ลืมว่าอีกไม่กี่เดือน ร่างพ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับกิจการวิทยุกระจายเสียงวิทยุโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.....ก็จะคลอดออกมาแล้ว เปิดสมัยประชุมรัฐสภาในเดือนส.ค.นี้ สภาผู้แทนราษฎรก็จะพิจารณาร่างแก้ไขที่วุฒิสภาส่งไปให้ จากนั้นก็คงตั้งคณะกรรมาธิการร่วมว่ากันไปตามขั้นตอน คาดว่า 3 -4 เดือนก็น่าจะแล้วเสร็จ
วันใดที่พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ที่ชอบเรียกขานกันว่า พ.ร.บ.กสทช.ประกาศใช้วันนั้น คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมหรือ กทช.ก็จะต้องสลายตัวไป ขณะที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ก็จะมาแทนที่...
พ.ร.บ.กสทช.ที่ว่านี้ ก็เป็นผลมาจากรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 ที่ต่อยอดมาจากรัฐธรรมนูญปี 2540 นั่นแหละครับ
รัฐธรรมนูญปี 2540 ทำให้เกิดพ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับกิจการวิทยุกระจายเสียงวิทยุโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2543 ซึ่งในรายละเอียดกฎหมายนี้ทำให้เกิด กทช.ขึ้นมาได้ แต่ส่วนที่ยังเกิดไม่ได้คือ กสช.ซึ่งจะดูแลด้านวิทยุกระจายเสียงวิทยุโทรทัศน์ รัฐธรรมนูญปี 2550 จึงฟันธงเปรี้ยงว่าให้รวม กทช.กับกสช.เป็นองค์กรเดียวไปเลย โดยรัฐธรรมนูญมาตรา 47 ว่า
“คลื่นความถี่ที่ใช้ในการส่งวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และโทรคมนาคมเป็นทรัพยากรสื่อสารของชาติเพื่อประโยชน์สาธารณะ
ให้มีองค์กรของรัฐที่เป็นอิสระองค์กรหนึ่งทำหน้าที่จัดสรรคลื่นความถี่ตามวรรคหนึ่ง และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม
การดำเนินการตามวรรคสองต้องคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของประชาชนในระดับชาติ และระดับท้องถิ่น ทั้งในด้านการศึกษา วัฒนธรรม ความมั่นคงของรัฐและประโยชน์สาธารณะอื่นรวมทั้งการแข่งขันโดยเสรีอย่างเป็นธรรม รวมทั้งต้องจัดให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วมในการดำเนินการสื่อมวลชนสาธารณะ
การกำกับการประกอบกิจการตามวรรคสองต้องมีมาตรการเพื่อป้องกันการควบรวมหรือการครอบงำระหว่างสื่อมวลชนด้วยกันเองหรือโดยบุคคลอื่นใด ซึ่งจะมีผลเป็นการขัดขวางเสรีภาพในการรับรู้ข่าวสารหรือปิดกั้นการได้รับข้อมูลข่าวสารที่หลากหลาย”
………………..
แม้ กทช.จะเป็นองค์กรอิสระ แต่ดูตามรูปเกมรูปการณ์ต่างๆ แล้วรัฐบาลก็คงไม่ถึงขั้นที่จะไปหยุด กทช.ได้ ปัญหามีอยู่ว่า กทช.จะเอาด้วยกับแนวทางการแปลงสัญญาสัมปทานเป็นใบอนุญาตของโทรศัพท์ระบบ 2 จี ที่กระทรวงการคลัง กระทรวงไอซีทีกำลังขับเคลื่อนอยู่หรือไม่...
แต่ไม่ว่าจะอย่างไรเรื่องของ 2 จี 3 จี คำตอบสุดท้ายอยู่ที่รัฐบาลและข้อกฎหมายเท่านั้นว่าจะเอื้ออำนวยหรือไม่อย่างไร การที่พ.อ.นทีบอกว่ามีแต่คำสั่งศาลเท่านั้นที่จะหยุดการประมูล 3 จีได้ ซึ่งหากมองให้ลึกซึ้งแสดงว่า กทช.เองก็ไม่แน่ใจว่าตัวเองมีอำนาจแค่ไหนในส่วนของ 3 จี ส่วนระบบ 2 จีที่จะแปลงสัญญาสัมปทานเป็นใบอนุญาตนั้น กทช.ส่วนใหญ่เชื่อว่ามีปัญหาข้อกฎหมายแน่นอน …
สรุปว่าในส่วนของ 2 จี กทช.คงไม่เครียดเท่ากับในส่วนของ 3 จีที่ตัวเองจะเดินหน้า..
เอาแค่ความสงสัยพื้นๆ ว่า โทรศัพท์ 3 จี ใช่หรือไม่ว่ามันคือการส่งภาพและเสียง เป็นลักษณะผสมระหว่างกิจการ broadcast หรือการกระจายภาพและเสียงกับกิจการโทรคมนาคมว่าด้วยความถี่ของโทรคมนาคม...
แล้ว กทช.จะใช้อำนาจส่วนไหนในการอนุมัติในส่วนที่เป็น broadcast??
นี่ยังไม่นับรวมอีกประเด็นหนึ่งคือ ในเดือนก.ย.ปีนี้ กทช. 3 คนจะหมดวาระดำรงตำแหน่ง เหมาะสมแล้วหรือที่จะนั่งรักษาการทำงานใหญ่...
ดังว่ามาทั้งหมดผมไม่ได้มาขัดขวางความเจริญก้าวหน้าของโทรศัพท์มือถือแต่อย่างใด เพียงแต่อยากเห็นการดำเนินการเรื่องใหญ่มูลค่าหลายหมื่นหรือนับแสนล้านเป็นไปอย่างโปร่งใส อธิบายได้
ถ้ารัฐบาลหรือกทช.อดใจรอร่างพ.ร.บ.กสทช.อีกไม่กี่เดือนแล้วค่อยเดินหน้าประมูลน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า เพราะจะเป็นทางเลือกที่ปลอดข้อสงสัยทางกฎหมาย...
ทั้งนี้ ผมมีความเชื่อมั่นว่าหาก กทช.เดินหน้าประมูล 3 จีในเดือนก.ย. 2553 นี้ คงจะมีประชาชน กลุ่มองค์กรหยิบประเด็นข้อกฎหมายในประเด็นที่ผมว่าและประเด็นหนักๆ หลักๆ อีกหลายประเด็นยื่นฟ้องต่อศาลแน่ และหากเกิดการฟ้องร้องต่อศาล กิจการ 3 จีก็ย่อมสะดุดอยู่ดี...
กทช.หยุดตัวเอง ก่อนที่จะถูกคนอื่นมาหยุดจะไม่งดงาม ถูกต้องมากกว่าหรือ!?
ที่มา : ASTV ผู้จัดการออนไลน์ วันที่ 27 กรกฎาคม 2553



สภาผู้บริโภคจังหวัดสงขลา 1-0-12-54