กิจกรรม
เครือข่ายหลักประกันสุขภาพภาคประชาชนภาคใต้ หนุนร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข
เครือ ข่ายหลักประกันสุขภาพภาคประชาชนภาคใต้รวมตัวต้านหากล้มร่างพรบ.คุ้มครองผู้ เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข ชี้ไม่มีฝ่ายใดเสียประโยชน์ ประโยชน์มากสุดมากสุดอยู่ที่ประชาชน
เครือข่ายหลักประกันสุขภาพภาคประชาชนภาคใต้ได้มีการประชุมแกน นำเครือข่ายหลักประกันสุขภาพภาคประชาชนภาคใต้ ที่โรงแรมคริสตัล อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา แถลงจุดยืน สนับสนุน ร่าง พรบ.คุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข เพราะเกิดความครอบคลุมผู้ได้รับความเสียหายจากการรับบริการสาธารณสุขในระบบ อื่นโดยมีนางชโลม เกตุจินดา ที่ปรึกษาเครือข่ายผู้บริโภคภาคใต้เป็นประธาน
นางจิตนา จิโนวัฒน์ อนุกรรมการหลักประกันสุขภาพภาคประชาชน เปิดเผยว่า ประชาชนเห็นด้วยและให้การสนับสนุน ร่างพรบ.คุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข แต่ที่เกิดความขัดแย้งกับกลุ่มวิชาชีพบางกลุ่มในมาตรา 41 นั้น อาจจะเป็นเพราะไม่ได้อ่านและทำความเข้าใจร่างฯให้ละเอียด ทั้งๆที่ร่างฯเกิดประโยชน์ทั้ง 2 ฝ่าย ทั้งผู้ให้และผู้รับบริการสาธารณสุข
นางจินตนา เปิดเผยว่า ปัญหาการบริการสาธารณาสุขที่เกิดในพื้นที่ จ.สงขลา มาก จะเป็นช่วงการคลอดลูก บางครั้งคลอดลูกเสียชีวิต บางครั้งลูกรอดชีวิตแต่แม่เสียชีวิต ความผิดอยู่ที่ระบบการส่งต่อ ไม่ใช่อยู่ที่บุคลากร ต้องการให้ผู้ป่วยมีระบบการส่งต่อรองรับที่ดีมากกว่าที่เป็นอยู่ เพื่อลดการสูญเสียชีวิตลง
นางชโลม เปิดเผยว่า ร่าง พรบ.คุ้มครองผู้เสียหายฯจะเป็นประโยชน์กับผู้รับบริการ โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้และ 4 อำเภอของ จ.สงขลา ที่ไม่สามารถส่งตัวผู้ป่วยมายังโรงพยาบาลชุมชนและโรงพยาบาลศูนย์ฯซึ่งมี แพทย์และเครื่องมือแพทย์ที่ทันสมัยกว่าได้ทันที่ เพราะปัญหาจากเหตุการณ์ร้าย ดังนั้นจะต้องทำความเข้าใจร่วมกันทุกฝ่าย
น.ส.จุฑา สังขชาติ กรรมการเครือข่ายฯเปิดเผยว่าหากยังมีความพยายามล้ม ร่าง พรบ.คุ้มครองผู้เสียหายฯ ภาคประชาชนจะรวมตัวเคลื่อนไหว ผลักดันให้รัฐบาลนำเข้าที่ประชุมสภาสมัยสามัญนิติบัญญัติให้เร็วที่สุด เพราะ เป็นร่าง พรบ.ที่ไม่มีฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดเสียหาย แต่คนที่ได้รับประโยชน์คือประชาชนผู้รับบริการสาธารณสุข
**รัฐสภาต้องเร่งพิจารณาร่างตามวาระที่กำหนดไว้
สนับสนุน ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข พ.ศ.
แถลงการณ์...เครือข่ายหลักประกันสุขภาพภาคประชาชนภาคใต้**
สืบเนื่องจากบริบทของสังคมไทยมีความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงทรัพยากรอันจำ เป็นต่อการดำรงชีวิต จึงเป็นพันธะกิจสำคัญของเครือข่ายภาคประชาชน ภาคประชาสังคม ที่ต้องเคลื่อนไหวผลักดันกฎหมาย นโยบายที่สร้างการเข้าถึงบริการพื้นฐานที่รัฐต้องจัดให้อย่างต่อเนื่อง แม้รัฐธรรมนูญปี 40 จะสนับสนุนให้ภาคประชาชนสามารถนำเสนอร่างกฎหมายเองได้ โดยตลอดเวลา 13 ปีที่ผ่านมาของการเรียนรู้เพื่อเปิดพื้นที่การเมืองทางตรงของภาคประชาชน ซึ่งมีความลำบากยากเย็นในการระดมรายชื่อ 5 หมื่นชื่อ เพื่อเสนอกฎหมายหลักประกันสุขภาพ ของเครือข่ายประชาชน 11 เครือข่าย ตั้งแต่ ปลายปี 2543 แต่ก็สามารถมีการประกาศใช้ พรบ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545 ได้ในที่สุด
เมื่อมีการใช้มาตรา 41 ของพรบ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ให้จ่ายเงินช่วยเหลือเบื้องต้น ผลคือการแบ่งเบาภาระให้กับผู้ที่ได้รับความเสียหายและครอบครัวเป็นอันมาก ซึ่งความสัมพันธ์ระหว่างแพทย์และคนไข้ก็ดีขึ้น แต่ก็จำกัดเฉพาะผู้ใช้บริการในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(บัตรทอง)เท่า นั้น
ในช่วงปี พ.ศ. 2550 กลุ่มประชาชนที่ได้รับความเสียหายจากบริการสาธารณสุข กลุ่มองค์กรผู้บริโภค กลุ่มผู้ป่วยฯ จึงได้ปรึกษาหารือพยายามร่างพรบ.คุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณ สุข ให้เกิดความครอบคลุมผู้ได้รับความเสียหายจากการรับบริการสาธารณสุขในระบบ อื่น โดยคณะทำงานยกร่าง มีองค์ประกอบจากนักวิชาการ แพทยสภา กองประกอบโรคศิลปะ ตัวแทนผู้เสียหาย องค์กรผู้บริโภค และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมีหลักการสำคัญ 3 ประการ คือ
1) มีการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบและมีความเสียหาย
2) ผู้ให้บริการทำงานอย่างมีความสุข ไม่ต้องกังวลเรื่องการฟ้องร้อง
3) มีระบบพัฒนา ป้องกัน ความเสียหาย
ขอย้ำ ประกอบไปด้วยตัวแทนทุกภาคส่วนได้ทำงานร่วมกัน ทั้งในชั้น กฤษฎีกา แก้ไข ข้อความและสาระสำคัญ ของ กฎหมาย และมีข้อตกลงร่วมกันออกมาเป็นร่าง ที่อยู่ในระหว่างรอเข้าสมัยประชุมสภา ซึ่งน่าสนใจว่ามีร่างพรบ.นี้ทั้งหมด 7 ร่าง ที่ถูกเสนอ นั่นแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการต้องเร่งให้มีกม.รองรับ
จากการเคลื่อนไหวของกลุ่มคัดค้านและสนับสนุนในรอบเดือน มิ.ย.และก.ค.ที่ผ่านมาทำให้ รมว. กระทรวงสาธารณสุข ได้ตั้งคณะกรรมการ 3 ฝ่ายตามข้อเสนอของทุกสภาวิชาชีพมีการประชุมครั้งแรกเมื่อวันที่ 7 ส.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งผู้แทนจากแพทยสภา สมาพันธ์แพทย์ รพ.ศูนย์ และสมาคมแพทย์ ขอถอนตัวไม่เข้าประชุม ทั้งยังยื่นข้อเสนอให้ถอนร่าง พรบ.ฉบับนี้ออกจากการพิจารณาในการประชุมรัฐสภาสมัยประชุมสามัญนิติบัญญัติ นี้
นับเป็นเรื่องน่าเสียใจยิ่ง เนื่องจากการเข้าสู่วาระประชุมสภานั้น จะได้มีการถกในชั้นกรรมาธิการต่อไป และการพูดคุยตามขั้นตอนข้างต้นนั้น ได้จัดการข้อแตกต่างจนมีความชัดเจนร่วมกันโดยคงประโยชน์ หลักการเจตนารมณ์อันเป็นสาระสำคัญของตัวกฎหมายไว้ ซึ่งจากการสำรวจของมหาวิทยาลัยหาดใหญ่ “หาดใหญ่โพล” พบว่า 82.5% ของประชาชนเห็นด้วยให้มี พรบ.ดังกล่าว และ 32.4% เห็นว่าแพทย์จะได้รับประโยชน์จาก พรบ. ฉบับนี้
ศรัทธาประชาธิปไตย 13 สิงหาคม 2553
Relate topics
- เวทีสภาผู้บริโภคสงขลากับปัญหาเรื่องร้องเรียน 7 ด้าน
- รายงานข่าว..ศูนย์ประสานงานหลักประกันประชาชนอาสาช่วยเพื่อนน้ำท่วม
- รณรงค์แบบเคลื่อนที่ 4 ล้อ หัวใจอิสระตามมาตรา 61
- รณรงค์ต่อเนื่องที่สทิงพระ..ในงานกีฬาระหว่างโรงเรียนเผยแพร่ข้อมูลผู้ปกครองนักเรียนและผู้บริโภคทั่วไปเตือนใช้ยาต้องกล้าถามและระวังอาหารไม่ปลอดภัย
- จำลององค์การอิสระผู้บริโภค...สสจ.ชวนกสทช.จัดระเบียบวิทยุ



สภาผู้บริโภคจังหวัดสงขลา 1-0-12-54