บทความ
ช่องว่างการเข้าถึงดิจิตอลยูนิเวอร์ส , ถึงเวลาต้องรีบลดการแบ่งพรมแดนดิจิตอล
พัฒนาการเทคโนโลยีที่มีผลต่อสังคม
หากพิจารณาการเปลี่ยนแปลงทางสังคมในปัจจุบัน จะพบว่า เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงทั้งทางด้านบวกและลบ การใช้เทคโนโลยีในกลุ่มคนรุ่นใหม่เป็นที่แพร่หลายและใช้กันอย่างมาก เด็กและเยาวชนจะเป็นผู้ชื่นชอบในเรื่องเทคโนโลยีเป็นพิเศษ เทคโนโลยีทำให้การสื่อสารระหว่างกันทำได้รวดเร็ว สามารถเรียกหาข้อมูลข่าวสารได้ง่าย
ปัจจุบันปริมาณการใช้และการสร้างข้อมูลข่าวสารเพิ่มขึ้นจากเดิมมาก ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทุกคนสามารถสร้างข้อมูลข่าวสารเพื่อส่งผ่านและเผยแพร่ระหว่างกัน ก่อให้เกิดข้อมูลข่าวสารบนอินเทอร์เน็ตมีจำนวนรวมกันมหาศาล ที่เรียกว่า ดิจิตอลยูนิเวอร์ส ขนาดของดิจิตอลยูนิเวอร์ส (Digital universe) ยังขยายตัวอย่างรวดเร็ว มีอัตราการเติบโตของจำนวนข้อมูลที่สูงมาก ทั้งนี้เพราะการสร้างข้อมูลข่าวสาร ได้เปลี่ยนรูปไปมาก โดยเฉพาะหลังจากที่มีการพัฒนาเว็บสองจุดศูนย์ Web 2.0 ที่ผู้ใช้สามารถส่งผ่านข้อมูลโต้ตอบได้ทันที จนทำให้รูปแบบของสื่อสารมวลชนเปลี่ยนก้าวเข้าสู่ สื่อใหม่ (New media) หรือ สื่อสังคม (Social media) สื่อที่ทุกคนเป็นผู้ให้ข่าวสาร และรับฟังข่าวสารด้วย มีผู้คนอัพโหลดคลิบวิดีโอใส่ยูทูปมากกว่าแสนเรื่องต่อวัน เขียนข้อมูลลงบล็อกอีกจำนวนมาก หรือแม้แต่วิกิพีเดีย Wikipedia.org ก็มีคนช่วยกันเขียนเนื้อหาเพิ่มขึ้นทุกวัน มีอัตราเติบโตที่สูงมาก
ขนาดของข้อมูลดิจิตอลจึงขยายตัวพร้อมความรู้สึกในกลุ่มคนรุ่นใหม่ในเรื่องความอิสระในการเขียนข้อมูลข่าวสาร ดังจะเห็นได้จากข้อเขียนในไร้สาระนุกรม (th.uncyclopedia.info) ที่มีกลุ่มคนรุ่นใหม่เข้าไปเขียนกันมาก การใช้ไอซีทีเพื่อความสนุกสนานอาจมีให้เห็นได้มากกว่าการใช้งานปกติ ทำให้เห็นว่าการใช้เทคโนโลยีไอซีทีในปัจจุบันยังขาดความคุ้มค่าอยู่มาก
สังคมใหม่ สังคมดิจิตอล สังคมอุดมบันเทิง
จากสภาพการใช้งานไอซีทีในปัจจุบัน กลุ่มผู้ใช้กลุ่มใหญ่ยังอยู่ในกลุ่มผู้ที่มีอายุน้อย โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน และกลุ่มวัยเริ่มทำงานก็เป็นอีกกลุ่มที่มีการใช้กันมาก หากสำรวจเด็กและเยาวชนในวัยเรียนหนังสือ พบว่าส่วนใหญ่มีอีเมล์แอดเดรสเป็นของตัวเอง ใช้โทรศัพท์มือถือ ใช้ระบบสื่อสารแบบใหม่ ที่เป็นสื่อสังคม Social network เช่น เฟสบุก ทวีตเตอร์ เอ็มเอสเอน อีเมล์ มีการติดต่อสื่อสารด้วยการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ ผ่านเครื่องมือถือ เด็กนักเรียนทุกคนใช้อินเทอร์เน็ตได้ โดยดูจากการรับสมัครสอบเข้ามหาวิทยาลัย ของสำนักทดสอบกลาง ที่ให้นักเรียนทุกคนสมัครสอบด้วยวิธีทางออนไลน์ นั่นแสดงให้เห็นว่าเด็กและเยาวชนไทยใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศได้
ปัญหาที่สำคัญ และเป็นปัญหาใหญ่ของการใช้ไอทีในกลุ่มเด็กและเยาวชนคือ การใช้ในรูปแบบไม่สร้างสรรค์ ส่วนใหญ่ใช้เพื่อการบันเทิง ใช้เพื่อการแสดงออกแบบไร้ขอบเขต หรือสื่อสารในเรื่องที่ไม่มีประโยชน์ ขาดความรู้ความเข้าใจในการใช้ไอซีทีเพื่อแสวงหาความรู้ และใช้อย่างสร้างสรรค์ จึงทำให้ การใช้ไอทีในกลุ่มนี้ ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ได้อย่างเต็มที่
**ช่องว่างทางดิจิตอล **
ความจริงแล้วข้อมูลข่าวสารทางด้านดิจิตอลมีประโยชน์อย่างมหาศาลต่อการเรียนรู้ ลองนึกดูว่า หากต้องการข้อมูลผลิตภัณฑ์หนึ่ง เราคงไม่หาในสมุดหน้าเหลืองเหมือนเมื่อก่อน การค้นหาคงหาจากหน้าเว็บ หรือสอบถามจากระบบค้นหา เช่น กูเกิ้ล บิง หรือ ยาฮู ผู้ที่เข้าถึงข่าวสารได้เร็วและได้ก่อนย่อมได้เปรียบ เพราะสามารถเรียนรู้หรือรับรู้ในเรื่องที่อยากรู้ได้เร็ว
เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารจัดได้ว่าเป็นเทคโนโลยีที่มีการพัฒนาก้าวหน้าเร็วมาก เป็นเทคโนโลยีเกิดใหม่ ที่มีบทบาทและความสำคัญยิ่ง ในการดำเนินชีวิต ไอซีทีเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการสื่อสารระหว่างกัน ใช้ในการเข้าถึงแหล่งข้อมูลสารสนเทศเพื่อให้เกิดการเรียนรู้หรือใช้องค์ความรู้นั้น ทำให้เกิดความแตกต่างของผู้ใช้ข่าวสารได้เร็ว กับผู้เข้าถึงข่าวสารได้ช้า เกิดช่องว่างหรือการแบ่งแยกทางดิจิตอล หรือที่เรียกว่า Digital divide
รัฐต้องให้ความสำคัญในการลดความแตกต่างในการเข้าถึงดิจิตอล
กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารมีนโยบายที่จะลดช่องว่างนี้ จึงได้ส่งเสริมการใช้ไอซีทีให้ทั่วถึงเท่าเทียมกัน โดยต้องเน้นลดความแตกต่างของคนกรุง คนในเมืองกับในภูมิภาค ลดปัญหาสภาพทางภูมิศาสตร์ที่เมื่อก่อนมีความแตกต่าง
รัฐจึงให้การส่งเสริมการเข้าถึงดิจิตอล ในพื้นที่ห่างไกล หรือด้อยโอกาส จึงได้มีการจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ไอซีทีชุมชนขึ้น เพื่อใช้เป็นแหล่งกระจาย และให้เป็นที่เรียนรู้การใช้ข้อมูลข่าวสารของชุมชน โดยหวังที่จะกระจายการใช้งานไอซีทีเข้าไปในภูมิภาคให้มากขึ้นเพื่อลดช่องว่างทางดิจิตอล
ตามยุทธศาสตร์กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร: ยุทธศาสตร์ที่ 4 ส่งเสริมและพัฒนาการใช้ ICT ของบุคลากรทุกภาคส่วน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต ได้ให้ความสำคัญต่อการพัฒนาสมรรถนะบุคลากรเพื่อส่งเสริมให้มีความรู้ความเข้าใจด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เพราะถือเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาประเทศ
ความสำคัญอยู่ที่การลดช่องว่างทางดิจิตอล
ความสำคัญของการพัฒนาทางด้านการใช้ประโยชน์จากไอซีทีด้านหนึ่งคือ เด็กและเยาวชน โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนในระดับที่กำลังศึกษาอยู่ในโรงเรียนต่างๆ ทั้งนี้เพราะกลุ่มเด็กและเยาวชนจะเป็นกลุ่มที่ใช้ไอซีทีค่อนข้างมาก กระทรวงฯมีนโยบายที่สำคัญที่ส่งเสริมและพัฒนาการใช้ ICT เพื่อให้เกิดประโยชน์กับสังคมและประเทศชาติ โดยเน้นประชาชนทุกภาคส่วน จากส่วนกลางไปจนถึงส่วนภูมิภาคของประเทศ เพื่อลดความแปลกแยกทางดิจิตอล เพื่อเป็นการบูรณาการการใช้ความรู้ทางด้านไอซีทีให้เกิดประโยชน์ ทั้งต่อตนเอง ต่อสังคมและประเทศชาติ
หากย้อนดูประเทศไทยซึ่งเป็นประเทศหนึ่งในกลุ่มอาเซียน ประเทศไทยกำลังเข้าสู่เวทีประชาคมอาเซียนแบบเต็มรูปแบบ โดยในปี 2015 เวทีประชาคมนี้จะส่งผลอย่างจริงจัง เพราะเงื่อนไขในหลายประเด็นโดยเฉพาะการเตรียมเยาวชนให้มีความรู้ความสามารถทางด้านไอซีที ที่จะนำไอซีทีมาใช้ให้เกิดประโยชน์ทัดเทียมกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะการใช้ไอซีทีในสังคมใหม่ที่โลกาภิวัฒน์ การหล่อหลอมทั้งทางด้านประเพณี วัฒนธรรม สังคม การเมือง เศรษฐกิจ ที่กำลังเดินเข้าหากันภายใต้การเรียนรู้แบบดิจิตอล แน่นอน ข้อมูลข่าวสารและองค์ความรู้ต่างๆมีมากมาย การลดความเหลื่อมล้ำระหว่างประเทศในเรื่องนี้ก็คงต้องอยู่ที่การเตรียมพร้อมที่จะใช้ไอซีที ของชนในชาติไทย เราคงต้องเตรียมพร้อมเด็กและเยาวชนเพื่อการลดช่องว่างเหล่านี้ในอนาคต โดยเฉพาะในสังคมรุ่นใหม่ ที่กำลังเติบใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็ว
ความแปลกแยกทางด้านการใช้ดิจิตอลเป็นตัวแปรที่สำคัญในการพัฒนาประเทศ หากพิจารณาในประเทศไทยในรายละเอียด ยังเห็นได้ชัดอีกอย่างหนึ่งคือ ระบบสื่อสารโทรคมนาคมยังจุกตัวอยู่ในเขตเมือง และยังมีความแปลกแยกการใช้ดิจิตอลระหว่างคนในเมืองกับภูมิภาค สัดส่วนการใช้อินเทอร์เน็ตระหว่างผู้อยู่ในเมือง กับต่างจังหวัดยังมีความแตกต่างอีกมาก ทำให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบในการดำเนินชีวิต
สิ่งที่สำคัญน่าจะอยู่ที่การใช้ดิจิตอลอย่างมีคุณภาพ เพราะทุกวันนี้ เราเห็นได้ชัดว่า การใช้อินเทอร์เน็ตและดิจิตอลในกลุ่มเยาวชน ยังใช้เพื่อการบันเทิง และใช้กันอย่างฟุ่มเฟือย โดยไม่ได้เน้นในเรื่องเพื่อการเรียนรู้หรือการใช้ประโยชน์ในทางสร้างสรรค์ การพัฒนาเด็กและเยาวชนจึงเป็นเรื่องที่ต้องทำโดยวางรากฐานที่ดี เพื่ออนาคตที่ไอซีทีจะมีบทบาทมาก
**สิ่งที่ไม่ลืม คือพัฒนาเด็กและเยาวชนให้มีคุณธรรมและจริยธรรมในโลกไซเบอร์ **
ภายใต้โลกสองสถานะ สถานะจริง และเสมือนจริง การดำเนินชีวิตสมัยใหม่ต้องอาศัยอยู่ในโลกทั้งสอง กระทรวงไอซีที ได้จัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ไอซีทีให้แล้ว ภารกิจที่สำคัญอีกอย่างคือต้องสร้างศูนย์ให้เกิดประโยชน์ ไม่ใช่เป็นแหล่งมั่วสุม หรือไว้เล่นเกมของเด็กและเยาวชน กระทรวงจึงมีโครงการพัฒนาเด็กและเยาวชน ให้เห็นคุณค่า และใช้ไอซีทีเพื่อการเรียนรู้ จึงได้จัดกิจกรรม ค่ายไอซีที ICT Camp โดยมุ่งเน้นในการถ่ายทอดความรู้และทักษะด้าน ICT สำหรับเยาวชน โดยในกิจกรรมฯ จะมีการอบรมเยาวชนที่มีความสามารถใช้ไอซีทีเพื่อให้เกิดการเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์ มีความสนุกสนานท้าทายที่ทำให้เยาวชนหันกลับมาสนใจในสิ่งที่จะเกิดประโยชน์กับตัวเองและส่วนรวม เข้าใจสังคม การอยู่ร่วมกัน การแก้ปัญหา มีคุณธรรม จริยธรรม และเป็นกำลังสำคัญในการช่วยเหลือและแก้ปัญหาให้ส่วนรวม ในการใช้ไอซีทีอย่างมีคุณค่า และเป็นกำลังสำคัญในการช่วยแนะนำเพื่อนหรือผู้อื่นให้ปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดีของสังคมออนไลน์ และสังคมไซเบอร์ เพื่อสร้างเสริมประสบการณ์ที่ดีเป็นแบบอย่างของสังคม
โครงการนี้จึงเป็นโครงการที่ดีที่น่าขยายผลและส่งเสริม โดยกระทรวงฯเน้นการเผยแพร่แนวคิดและวิธีการเรียนรู้แบบใหม่ในยุคดิจิตอลเพื่อใช้ประโยชน์จากศูนย์ไอซีทีชุมชนที่ลงทุนไปแล้วให้กับครูแกนนำ แล้วให้ครูแกนนำไปขยายผลให้กับเยาวชน โดยมีจุดมุ่งหมายที่ครูไอซีที แกนนำเข้าใจในเรื่อง “เรียนให้เป็นเรียน เรียนอย่างไรในยุคดิจิตอล” โดยครูจะไปขยายผลและเป็นครูเครือข่ายที่ไปอบรมให้นักเรียน และเยาวชน ประชาชนในท้องถิ่นของตน ทั้งนักเรียนในกลุ่มโรงเรียนของตน และเยาวชนของศูนย์ไอซีทีชุมชน
นับเป็นโครงการที่ดี ที่น่าจะมีส่วนลดช่องว่างทางดิจิตอลให้กับสังคม และประเทศไทยได้
ที่มา : ฐานเศรษฐกิจออนไลน์ วันศุกร์ที่ 13 สิงหาคม 2010



สภาผู้บริโภคจังหวัดสงขลา 1-0-12-54