บทความ
พิสูจน์ฝีมือ กทช. 3G โปร่งใสหรือแค่พิธีกรรม
ในที่สุดขั้นตอนการเปิดรับเอกสารคำขอรับใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ เพื่อประกอบกิจการโทรศัพท์เคลื่อนที่ยุคที่ 3 หรือ 3G บนคลื่นความถี่ 2.1 จิกะเฮิรตซ์ ซึ่งคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กทช. เปิดให้ผู้สนใจเข้ามายื่นขอรับแบบฟอร์มตั้งแต่วันที่ 1-29 สิงหาคมที่ผ่านมา ก็ได้ข้อสรุปโดยมีผู้ยื่นขอรับใบอนุญาตหรือแสดงเจตนาที่จะเข้าร่วมระบบ 3G ทั้งสิ้น 4 ราย ในวันที่ 30 ส.ค. 2553
ทั้งนี้ 3 รายที่เข้าประมูลเป็นไปตามที่ถูกคาดหมายเอาไว้ก่อนหน้านี้ ได้แก่ บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวิร์ค จำกัด หรือ AWN ในเครือเอไอเอส, บริษัท ดีแทค อินเทอร์เน็ต เซอร์วิส จำกัด ตัวแทนดีแทค บริษัท เรียลมูฟ จำกัด ตัวแทนบริษัท ทรูมูฟ จำกัด มีเพียงบริษัท วิน วิน เอ็นจีวี จำกัด ที่ปรากฏตัวเป็นผู้ร่วมประมูลรายที่ 4 แต่ท้ายที่สุดถูกตัดออกเนื่องจากบริษัทวิน วินฯไม่ได้นำเช็คเงินสด 1,280 ล้านบาทมามัดจำ รวมทั้งไม่มีเอกสารการสนับสนุนจากธนาคารมายื่นประกอบตามหลักเกณฑ์ที่ กทช.กำหนดเอาไว้ก่อนหน้านี้
ประเด็นข้อถกเถียงที่ในเวลาต่อมา บริษัทวิน วินฯแสดงท่าทีว่าอาจฟ้องร้อง กทช.ที่ตัดสิทธิในการประมูล อาจยังมิใช่ประเด็นหลักที่ได้รับความสนใจมากเท่ากับกระบวนการต่อจากนี้ ซึ่ง กทช.ให้ความสำคัญมาตลอดว่าจะดำเนินการประมูลให้ใบอนุญาตโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ 3G อย่างโปร่งใสมากที่สุดนั้น จะเป็นไปได้มากน้อยเพียงใด โดยเฉพาะมาตรการต่าง ๆ ที่ พ.อ.นที ศุกลรัตน์ กรรมการ กทช.ระบุว่า หลังจากนี้จะให้สถาบันการศึกษา 4 แห่ง คือ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) และมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ตรวจสอบคุณสมบัติเบื้องต้น จากนั้นจะเสนอรายชื่อผู้ผ่านเกณฑ์ต่อบอร์ด กทช.ก่อนประกาศรายชื่ออย่างเป็นทางการในวันที่ 14 กันยายน
นอกจากนี้ กทช.ยังวางกรอบกฎเหล็กด้วยว่า ผู้ยื่นจะต้อง ไม่ให้ข่าวหรือเปิดเผยข้อมูล ซึ่งเป็นการกระทำที่เข้าข่ายการฮั้วประมูล หากพบว่ามีการกระทำดังกล่าว กทช.จะยึดเงินมัดจำ 1,280 ล้านบาท และถูกตัดสิทธิเข้าร่วมประมูล อีกทั้งถูกดำเนินคดีอาญา โดยวันที่ 7 กันยายน 2553 กทช.จะทดสอบระบบและซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการประมูล 3G รวมถึงการตรวจสอบสถานที่จัดประมูลใบอนุญาต 3G ก่อนจัดประมูล จริงนั้น คำถามสำคัญก็คือ มาตรการต่าง ๆ ที่เตรียมไว้ท้ายที่สุดแล้วอาจเป็นเพียงกิจกรรมหรือพิธีกรรมตามขั้นตอนที่อาจไม่จำเป็น หรือไม่ได้มีผลต่อการป้องกันการสมยอม หรือตกลงกันมาล่วงหน้าของผู้ประกอบการในธุรกิจสื่อสารแต่อย่างใด
บนความพยายามที่จะพิสูจน์ให้เห็นว่า กระบวนการประมูลให้ ใบอนุญาต 3G ครั้งนี้มีความโปร่งใส ด้วยการออกกฎกติกาในรูปแบบต่าง ๆ ออกมาอย่างละเอียด กำหนดขั้นตอนการดำเนินงานตั้งแต่การศึกษา จัดเวทีประชาพิจารณ์รับฟังความคิดเห็น ไปจนถึงการเดินสายออกไปประชาสัมพันธ์แก่กลุ่มผู้ลงทุนธุรกิจสื่อสารในต่างประเทศ (โรดโชว์) ฯลฯ นั้น อาจให้ภาพที่ดูดีในขั้นตอนปฏิบัติ แต่หากถึงที่สุดแล้วการประมูลใบอนุญาตในครั้งนี้มีเพียงผู้ประกอบการรายเดิม ๆ ไม่มีเอกชนรายใหม่ ไม่มีกลุ่มธุรกิจสื่อสารข้ามชาติเข้ามาแข่งขัน นั่นก็จะเป็นจุดพิสูจน์ฝีมือของ กทช.อีกครั้งหนึ่งว่า ได้ประโยชน์มากน้อยแค่ไหนกับความพยายามทำให้โปร่งใส และเต็มไปด้วยพิธีกรรมเช่นนี้
ที่มา : ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ วันที่ 02 กันยายน พ.ศ. 2553


สภาผู้บริโภคจังหวัดสงขลา 1-0-12-54