ข่าวไอที
เสียงปี่กลองรัวประมูล3G
ลุ้นกันจนตัวโก่งเมื่อวันที่ 30 ส.ค.ที่ผ่านมา เพราะเป็นวันที่ กทช.เปิดรับซองผู้สนใจเข้าร่วมประมูล 3Gด้วยความคาดหวังว่าจะมีต่างชาติขนเงินเข้ามายื่นซองลงชิงดำ จากการจุดประกายความหวังจอมปลอมของ กทช.ที่ตีปี๊บออกตะเวนโรดโชว์ชักจูงต่างชาติทั้ง ญี่ปุ่น เกาหลี สิงคโปร์ อินเดีย จีน ฮ่องกง รวมถึง ดูไบ ในตะวันออกกลาง ผลาญเงินไปร่วม 4 ล้านบาท แต่ก็ยังต่ำกว่างบที่ตั้งไว้ 10 ล้านบาทเหตุเพราะงดทริปไปยุโรป
แต่ไม่วายออกมาให้ข่าวเป็นระยะๆ ก่อนประมูลว่า เอเชียต้า ซึ่งเป็นชื่อใหม่ของเทเลคอมมาเลเซีย สนใจเข้าร่วมประมูลจนขอเข้ารับฟังข้อมูลด้วยตัวเอง แถมยังมีผู้ประกอบการไทยทั้งเป็นที่รู้จักและไม่รู้จักตบเท้าเข้ารับซองถึง 20 ราย
แต่วันยื่นซองกลับเงียบเหงาน่าผิดหวังไร้เงาฝรั่งกระเป๋าตุง เพราะผ่านไปครึ่งวันมีแค่บริษัท แอดวานซ์ไวร์เลส เน็ทเวิร์ค จำกัดบริษัทลูกเอไอเอส เข้ายื่นซองเพียงรายเดียว ส่วนครึ่งวันหลังมีบริษัท ดีแทค อินเทอร์เน็ต เซอร์วิส จำกัดบริษัทลูกดีแทค ตามด้วยบริษัท เรียล มูฟ จำกัด บริษัทลูกของ ทรูมูฟ ที่ยื่นซองพร้อมเอกสารเบื้องต้นครบสมบูรณ์ ส่วนบริษัท วินวิน เอ็นจีวี ได้แค่ยื่นแต่ก็ตกรอบแรกเพราะขาดเอกสารสำคัญอย่างเงินมัดจำ 10 % มูลค่า 1,280 ล้านบาทส่งผลให้มีเพียงผู้ประกอบการหน้าเดิมเข้าแข่งประมูลใบอนุญาตรอบแรก 2 ใบตามสูตรประมูล N-1 ที่ กทช.กำหนด
ทันทีที่หมดเวลายื่นซอง คำถามแรกที่ถูกยิงใส่พ.อ.นที ศุกลรัตน์ในฐานะประธานคณะกรรมการ 3.9G คือทำไม่ถึงไร้แววต่างชาติเข้าร่วมและงบประมาณที่ใช้ในการโรดโชว์ก่อนหน้านี้ถือว่าสูญเปล่าไร้ประโยชน์หรือไม่ แต่เจ้าตัวก็ยืนยันว่าการโรดโชว์ไม่สูญเปล่าเพราะยังเชื่อว่าต่างชาติจะโผล่มาเข้าร่วมประมูลใบอนุญาตที่เหลืออยู่อีก 1 ใบ
ทั้งยังให้เหตุผลที่ต่างชาติเมินเข้าร่วมเป็นเพราะที่ผ่านมามีผู้ไม่หวังดีปล่อยข่าวแบบผิดๆ ให้การประมูลครั้งนี้ดูมีความเสี่ยงระส่ำระสายไม่น่าสนใจโดยประเด็นหลักคือ 1.การที่รัฐบาลไทยมีนโยบายผลักดันการยกเลิกสัมปทานและให้ใบอนุญาตแก่ผู้รับสัมปทานโดยไม่ต้องประมูล แสดงให้เห็นถึงความไม่เป็นธรรมของอุตสาหกรรม 2.บิดเบือนว่า กทช.ไม่มีอำนาจจัดสรรความถี่ใหม่จนที่สุดจะนำมาซึ่งการล้มประมูล 3. บิดเบือนเรื่องกติกาว่ารายใหม่จะแข่งขันกับรายเก่าไม่ได้
แต่ในเรื่องนี้ 'ทอม เครือโสภณ' ซึ่งเคยทำดีลประวัติศาสตร์ดึงเทเลคอมมาเลเซียเข้ามาถือหุ้นกลุ่มสามารถและการขายดิจิตอล โฟนให้กลุ่มชินคอร์ป รวมทั้งเคยพานอร์เทลเข้าวินโครงการซีดีเอ็มเอของ กสทแต่ถูกล้มโครงการในที่สุด ออกมาไขทัศนะเกี่ยวกับสาเหตุที่ต่างชาติเมินเข้าร่วมประมูล 3G ของไทย
ซึ่งแตกต่างจากประเทศอื่นๆ ทั่วโลกที่เมื่อเปิดประมูล 3G กลับมีนายทุนต่างชาติตบเท้าเข้าร่วมประมูลกันฝุ่นตลบว่าประเด็นแรก เป็นเพราะปัจจุบันไทยมีจำนวนผู้ใช้โทรศัพท์มือถือเกิน 100 % ของประชากรในประเทศ ดังนั้นหากมีบริษัทใหม่เกิดขึ้นมีหนทางเดียวคือเข้ามาแย่งลูกค้าของรายเก่า ข้อนี้ทำให้เสน่ห์ 3G ไทยหายเกลี้ยง
เพราะรายใหม่เข้ามาต้องใช้เงินลงทุนทั้งค่าไลเซ่นส์ และเงินอีกก้อนใหญ่เพื่อขยายเครือข่าย แม้กทช.จะเปิดให้มีการใช้โครงข่ายร่วมก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะในแง่ธุรกิจย่อมไม่มีรายใดอยากให้คู่แข่งมาแบ่งใช้ทรัพยากร ที่สำคัญหากมีรายใหม่มาจริงแล้วรายเก่าที่มีลูกค้าในมือกว่า 10 ล้านรายไม่ได้ไลเซนส์ เพียงพวกเขาออกโปรโมชันราคาถูกพร้อมเครื่องแบล็กเบอรี ลูกค้าก็ไม่หนีไปไหน แน่นอนเมื่อไม่มีโอกาส ก็ไม่มีต่างชาติรายใดสนใจ ตรงข้อนี้แปลกใจที่ไม่มีใครนึกถึง
'รายใหม่ที่จะมาทำ 3G อย่างน้อยทั้งค่าไลเซนส์ การขยายโครงข่าย ค่าการตลาด ต้องใช้เงินกว่า 30,000 ล้านบาท แต่ต้องมาแย่งลูกค้าจากผู้ประกอบการรายเดิม เพราะลูกค้าใหม่อาจจะเกิดไม่ทันก็ได้'
ประเด็นที่สอง การประมูลครั้งนี้ไม่มีความชัดเจน และหลักประกันได้เลยว่าจะสามารถเดินหน้าไปจนถึงการเคาะราคาสู้กัน และถึงแม้จะสู้กันจนรู้ผล หลังจากคนได้ใบอนุญาตลงทุนไปแล้ว ก็ยังไม่มีอะไรการันตีว่ารายใหม่จะมีรายได้บนอุตสาหกรรมที่มีผู้ให้บริการรายเดิมกอดลูกค้าไว้หมดประเทศ
'การประมูลครั้งนี้เดินอยู่บนความรู้สึกว่าจะรอด ทั้งๆ ที่ยังขาดกรณีตัวอย่างทางธุรกิจแต่ กทช.ก็ยังเอาไทยไปขายหน้าด้วยการไปโรดโชว์ต่างชาติ เอาเงินประชาชนไปผลาญเล่นเป็นหลักล้าน แต่ไร้เงาผู้ประกอบการรายใหม่โดยเฉพาะต่างชาติ เดินเข้ามาขอประมูลแม้แต่รายเดียว'
ประเด็นที่สาม กทช.ได้ลงมือทำลายความน่าสนใจของ 3G ทั้งที่พูดโครมๆ ว่าต้องการดึงต่างชาติมาลงทุนในไทย โดยการไม่เปิดช่องให้ผู้รับไลเซนส์ใหม่พัฒนา 3G เป็นเทคโนโลยี 4Gแบบอัตโนมัติ ทั้งที่ 4G คือเทคโนโลยีที่จะมาถึงในอีก 4 ปีข้างหน้า การพัฒนา 3G สู่ 4G ทำได้เพียงการอัปเกรดซอฟต์แวร์ ต่างจากการพัฒนาจาก 2G เป็น 3G ที่ต้องลงทุนสร้างใหม่หมด นั่นเท่ากับว่าคนที่ประมูลต้องยอมรับว่าจะเป็นผู้ให้บริการบนเทคโนโลยีที่ล้าหลังอีกนับกว่า 10ปี
ประเด็นที่สี่เป็นเรื่องที่สำคัญมากนั่นคือการเมืองในประเทศไทยไม่นิ่งทำให้ต่างชาติที่ต้องการเข้ามาลงทุนจะต้องแบกรับภาระดอกเบี้ยสูงจากการกู้เงินจากธนาคารเพราะประเทศไทยถูกจัดเป็นประเทศที่มีความเสี่ยงมาก
จากประเด็นต่างๆ ที่ไล่เลียงมาฟันธงได้ว่าไร้เงาต่างชาติ หรือ นักลงทุนไทยรายใหม่กระโดดเข้ามาลงทุน 3G ไม่ว่าจะเป็นการประมูลรอบไหนและการประมูลที่เกิดขึ้นรังแต่จะทำให้รัฐเสียประโยชน์ ไม่มีการแข่งขันที่ดุเดือดโปร่งใสเหมือนที่กทช.หวังไว้แน่นอน เพราะต้องยอมรับว่าตลาดมือถือที่อิ่มตัวมีแต่ผู้ให้บริการรายเดิมเท่านั้นที่จะคุ้มค่าและสนใจ เพราะการประมูลไลเซ่นส์จะนำมาซึ่งการปลดแอกค่าต๋งสัมปทานมือถือด้วยการโอนย้ายลูกค้ามาไว้บนไลเซ่นส์ใหม่ให้มากที่สุดเพื่อลดค่าต๋งหรือไม่ต้องจ่ายเลยกรณีไม่มีลูกค้าเหลือแม้แต่รายเดียว งานนี้เล่นเอาทีโอทีกับ กสท ตายตั้งแต่ในมุ้ง
'ทอม' ยังระบุว่ากรณีนี้ กทช.ตัดสินใจผิดพลาดมาตั้งแต่ต้น ไม่ควรใช้วิธีการประมูลในสภาวะที่อุตสาหกรรมมือถืออิ่มตัว ทำให้รัฐไม่ได้ประโยชน์เท่าที่ควรเพราะมีแต่รายเดิมประมูล และตกลงราคากันล่วงหน้าแล้ว
ฉะนั้นวิธีการที่ดีที่สุด กทช.ควรเรียกผู้ให้บริการรายเดิมทั้ง 3 ราย มาตกลงราคาที่เหมาะสมด้วยการใช้ราคาไลเซนส์ของประเทศที่ประมูลก่อนหน้าเป็นค่าไลเซนส์ ซึ่งก่อนหน้านี้อินเดียประมูลไลเซ่นส์ที่ 1,000 ล้านเหรียญ กทช.ควรเสนอราคานั้นแก่เอกชนทั้ง 3 ราย จะทำให้ประเทศได้ประโยชน์มากกว่า
ส่วนกรณีการเปิดประมูลนอกสถานที่ของก ทช.ที่ระบุสถานที่เบื้องต้นที่หัวหินนั้น เขามองว่าเป็นเรื่องที่ไม่จำเป็นเพราะการประมูลปัจจุบันระบบป้องกันความปลอดภัยของการประมูลเชื่อถือได้ ไม่จำเป็นต้องสิ้นเปลืองงบประมาณไปกินนอนสบายตากอากาศถึงหัวหิน
จนถึงตอนนี้เข้าใจได้ว่ ากทช.ที่ผลักดันการประมูล 3G ให้เกิดขึ้น คงเลิกฝันกลางวันได้แล้วว่าต่างชาติจะเข้าร่วมประมูล หรือ มีคนไทยเงินหนาอยากเข้าสู่อุตสาหกรรมโทรคมนาคม และคงเข้าใจแล้วว่าการให้รับซองฟรี จนทำให้มีเอกชนมารับซองถึง 20 ราย เป็นแค่การสร้างภาพว่ามีคนสนใจจำนวนมาก และน่าจะมีคนเข้าร่วมประมูลจำนวนมาก เป็นเรื่องเพ้อเจ้อไร้สาระ เพราะกระบวนการประมูลที่ผ่านมา หน่วยงานรัฐมักตั้งราคาซองประกวดราคา เพื่อสกรีนหาคนตั้งใจประมูลจริง ไม่ใช่อยากสร้างภาพด้วยการแจกซองฟรี แต่ตั้งค่าตรวจเอกสารไว้ 5 แสนบาท
การประมูล 3G ท้ายสุด ดูเป็นแค่การรีบร้อนยกความถี่ 3G ให้เอกชนรายเดิมเท่านั้น โดยรัฐหรือประชาชนผู้บริโภคไม่ได้รับประโยชน์ใดๆ ตามคำกล่าวอ้างของ กทช.เลย เพราะรัฐไม่ได้รับรายได้สูงสุดเท่าที่ควรจะได้จากการประมูล และประชาชนก็คงต้องถูกบังคับให้ใช้ 3G ตามเงื่อนไขที่ท่าน กทช.กำหนด
ที่มา : ASTVผู้จัดการออนไลน์ วันที่ 3 กันยายน 2553



สภาผู้บริโภคจังหวัดสงขลา 1-0-12-54