ข่าวผู้บริโภค
ค่ายมือถืออ่วม! กทช.เคาะค่าปรับเปิดบริการคงสิทธิเลขหมายไม่ได้ 1.6แสนบาท/วัน คาดเริ่มปรับ10-11ก.ย.
กทช. เคาะค่าปรับค่ายมือถือ ตกวันละ 166,667 บาท จนกว่าจะเปิดให้บริการนัมเบอร์พอร์ตฯ ดีเดย์ปรับวันที่ 10-11ก.ย.นี้หลังส่งหนังสือแจ้งให้บริษัทรับทราบแล้ว ระบุตัวเลขคำนวณจากมูลค่าความเสียหายที่ประชาชนต้องแบกรับภาระจากการที่ต้องจ่ายค่าบริการทั้งๆที่ตนไม่พึงพอใจ
นายประเสริฐ อภิปุญญา รองเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กทช.) เปิดเผยว่า วันนี้(6 ก.ย.) ที่ประชุม กทช. มีมติรับทราบอัตราค่าปรับบริษัทผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ที่ไม่สามารถเปิดให้บริการการคงสิทธิเลขหมาย (นัมเบอร์พอร์ตบิลิตี้) เพื่อให้ประชาชนสามารถเปลี่ยนบริษัทผู้ให้บริการได้โดยยังมีสิทธิใช้เลขหมายโทรศัพท์เคลื่อนที่เดิมตามที่ กทช. กำหนดให้ทั้ง 5 บริษัทเปิดให้บริการตั้งแต่ 1 ก.ย. ที่ผ่านมา
โดยคณะทำงานพิจารณาค่าปรับดังกล่าว ได้ข้อสรุปแล้วว่า หากบริษัทเปิดให้บริการไม่ได้จะต้องเสียคิดอัตราค่าปรับวันละ 166,667 บาท จนกว่าจะเปิดให้บริการได้ ซึ่งจะเริ่มถูกปรับตั้งแต่ตั้งแต่วันที่บริษัทผู้ให้บริการได้รับจดหมายแจ้งจาก กทช. ไปแล้ว 5 วัน หลังจากนั้น กทช. จะทำหนังสือแจ้งอัตราค่าปรับที่แต่ละบริษัทต้องจ่ายไปอีกครั้ง เพื่อให้ถูกต้องตามขั้นตอนวิธีการปฏิบัติทางปกครอง
“เมื่อวันศุกร์ที่ 3 ก.ย. กทช. ได้ส่งหนังสือแจ้งไปถึงผู้ให้บริการทั้ง 5 รายแล้ว คาดว่าค่าปรับจะเริ่มคิดตั้งแต่วันศุกร์ที่ 10 หรือเสาร์ที่ 11 ก.ย. แล้วแต่ข้อเท็จจะปรากฏว่า แต่ละบริษัทได้รับหนังสือแจ้งในวันใด” รองเลขาธิการ กทช. กล่าวและว่า
สำหรับเงินค่าปรับ ได้คำนวณจากมูลค่าความเสียหายที่ประชาชนต้องแบกรับภาระจากการที่ต้องจ่ายค่าบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทั้งๆ ที่ได้รับบริการที่ตนไม่พึงพอใจ
“โอเปอเรเตอร์ได้ประมาณการว่า แต่ละปีจะมีผู้ใช้บริการนัมเบอร์พอร์ตฯ 1.2 ล้านราย เฉลี่ยเดือนละ 1 แสนคน ซึ่งแต่ละคนจะต้องจ่ายค่าบริการเฉลี่ยต่อเลขหมายต่อเดือน 250 บาท เท่ากับแต่ละเดือนประชาชนต้องเสียโอกาสและต้องมีภาระจ่ายค่าบริการโดยที่ไม่พึงพอใจถึง 250 ล้านบาท ซึ่งผู้ให้บริการทั้ง 5 รายต้องรับผิดชอบร่วมกัน ดังนั้นเมื่อคำนวนแล้วจึงได้มีค่าเสียหายตกวันละ 166,667 ล้านบาท ซึ่งหากผ่านไป 30 วันแล้ว ผู้ให้บริการยังไม่สามารถเปิดให้บริการได้อีก ก็อาจจะพิจารณาเพิ่มค่าปรับเป็น 2 เท่าในเดือนที่ 2 และเป็น 3 เท่าในเดือนที่ 3”
และที่ผ่านมาผู้ให้บริการทั้ง 5 รายได้แก่ เอไอเอส ดีแทค ทรูมูฟ กสท และ ทีโอที ยังไม่สามารถกำหนดเวลาที่ชัดเจนได้ว่าจะพร้อมเปิดให้บริการในวันใด จึงอยากจะให้ระบุวันที่ชัดเจนเพื่อเป็นการสัญญากับสังคมว่าประชาชนจะได้ใช้งานจริงๆ ในวันใด
ที่สำคัญรายได้จากค่าปรับนี้ กทช. จะส่งเข้ากระทรวงการคลังโดยตรง ไม่ได้นำมาเป็นรายได้ของสำนักงาน เพราะถือว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่ในการกำกับดูแลโดยตรง ตาม มาตรา 66 ของพ.ร.บ. ประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2544 ซึ่งให้อำนาจ กทช. ในการจะกำหนดมาตรการอื่นๆ นอกเหนือจากค่าปรับทางปกครอง สำหรับผู้ที่เพิกเฉยต่อการให้บริการที่เป็นธรรมกับประชาชน
“ที่ผ่านมา กทช. เห็นใจ โอเปอเรเตอร์ที่ต้องรีบดำเนินการ จึงได้ผ่อนผันมาให้ระยะหนึ่งแล้ว เมื่อผ่านมา 1 ปีแล้วยังเปิดให้บริการไม่ได้ จึงต้องออกมาตรการมาบังคับเพื่อให้เกิดจิตสำนึก”
ที่มา :ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ วันที่ 06 กันยายน พ.ศ. 2553
Relate topics
- สสจ.ภูเก็ตเตือนกินยาล้างไตอำพรางสารเสพติดเสี่ยงทำไตวาย
- เครือข่ายสุขภาพส่งจดหมายเปิดผนึกถามนายกฯจัดตั้ง “เมดิคัลฮับ” ตามมหาวิทยาลัยแพทย์ของรัฐ ดูผลกระทบที่จะเกิดกับคนไทยหรือยัง ชี้ได้ไม่คุ้มเสีย
- บอร์ด สปสช.ไม่ชัด ร่วมจ่าย 30 บาทบอร์ด สปสช.ไม่ชัด ร่วมจ่าย 30 บาท
- เครือข่ายกลุ่มรักหลักประกันสุขภาพภาคตะวันตกสาปเผาแช่งขบวนการล้ม สปสช.
- นักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์สาธารณสุขลอนดอน แนะไทยต้องทำ 3 ระบบเท่าเทียมกัน



สภาผู้บริโภคจังหวัดสงขลา 1-0-12-54