สมาคมผู้บริโภคสงขลา

ข่าวผู้บริโภค

ค่ายมือถืออ่วม! กทช.เคาะค่าปรับเปิดบริการคงสิทธิเลขหมายไม่ได้ 1.6แสนบาท/วัน คาดเริ่มปรับ10-11ก.ย.

by khaohom @September,07 2010 07.56 ( IP : 113...241 ) | Tags : ข่าวผู้บริโภค
photo  , 300x180 pixel , 16,341 bytes.

กทช. เคาะค่าปรับค่ายมือถือ ตกวันละ 166,667 บาท จนกว่าจะเปิดให้บริการนัมเบอร์พอร์ตฯ ดีเดย์ปรับวันที่ 10-11ก.ย.นี้หลังส่งหนังสือแจ้งให้บริษัทรับทราบแล้ว ระบุตัวเลขคำนวณจากมูลค่าความเสียหายที่ประชาชนต้องแบกรับภาระจากการที่ต้องจ่ายค่าบริการทั้งๆที่ตนไม่พึงพอใจ

นายประเสริฐ  อภิปุญญา  รองเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กทช.) เปิดเผยว่า วันนี้(6 ก.ย.) ที่ประชุม กทช. มีมติรับทราบอัตราค่าปรับบริษัทผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ที่ไม่สามารถเปิดให้บริการการคงสิทธิเลขหมาย (นัมเบอร์พอร์ตบิลิตี้) เพื่อให้ประชาชนสามารถเปลี่ยนบริษัทผู้ให้บริการได้โดยยังมีสิทธิใช้เลขหมายโทรศัพท์เคลื่อนที่เดิมตามที่ กทช. กำหนดให้ทั้ง 5 บริษัทเปิดให้บริการตั้งแต่ 1 ก.ย. ที่ผ่านมา

โดยคณะทำงานพิจารณาค่าปรับดังกล่าว ได้ข้อสรุปแล้วว่า หากบริษัทเปิดให้บริการไม่ได้จะต้องเสียคิดอัตราค่าปรับวันละ 166,667 บาท จนกว่าจะเปิดให้บริการได้  ซึ่งจะเริ่มถูกปรับตั้งแต่ตั้งแต่วันที่บริษัทผู้ให้บริการได้รับจดหมายแจ้งจาก กทช. ไปแล้ว 5 วัน  หลังจากนั้น กทช. จะทำหนังสือแจ้งอัตราค่าปรับที่แต่ละบริษัทต้องจ่ายไปอีกครั้ง เพื่อให้ถูกต้องตามขั้นตอนวิธีการปฏิบัติทางปกครอง

“เมื่อวันศุกร์ที่ 3 ก.ย. กทช. ได้ส่งหนังสือแจ้งไปถึงผู้ให้บริการทั้ง 5 รายแล้ว คาดว่าค่าปรับจะเริ่มคิดตั้งแต่วันศุกร์ที่ 10 หรือเสาร์ที่ 11 ก.ย. แล้วแต่ข้อเท็จจะปรากฏว่า แต่ละบริษัทได้รับหนังสือแจ้งในวันใด” รองเลขาธิการ กทช. กล่าวและว่า

สำหรับเงินค่าปรับ ได้คำนวณจากมูลค่าความเสียหายที่ประชาชนต้องแบกรับภาระจากการที่ต้องจ่ายค่าบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทั้งๆ ที่ได้รับบริการที่ตนไม่พึงพอใจ

“โอเปอเรเตอร์ได้ประมาณการว่า แต่ละปีจะมีผู้ใช้บริการนัมเบอร์พอร์ตฯ 1.2 ล้านราย เฉลี่ยเดือนละ 1 แสนคน ซึ่งแต่ละคนจะต้องจ่ายค่าบริการเฉลี่ยต่อเลขหมายต่อเดือน 250 บาท  เท่ากับแต่ละเดือนประชาชนต้องเสียโอกาสและต้องมีภาระจ่ายค่าบริการโดยที่ไม่พึงพอใจถึง 250 ล้านบาท  ซึ่งผู้ให้บริการทั้ง 5 รายต้องรับผิดชอบร่วมกัน ดังนั้นเมื่อคำนวนแล้วจึงได้มีค่าเสียหายตกวันละ 166,667  ล้านบาท  ซึ่งหากผ่านไป 30 วันแล้ว ผู้ให้บริการยังไม่สามารถเปิดให้บริการได้อีก ก็อาจจะพิจารณาเพิ่มค่าปรับเป็น 2 เท่าในเดือนที่ 2 และเป็น 3 เท่าในเดือนที่ 3”

และที่ผ่านมาผู้ให้บริการทั้ง 5 รายได้แก่ เอไอเอส ดีแทค ทรูมูฟ กสท และ ทีโอที ยังไม่สามารถกำหนดเวลาที่ชัดเจนได้ว่าจะพร้อมเปิดให้บริการในวันใด จึงอยากจะให้ระบุวันที่ชัดเจนเพื่อเป็นการสัญญากับสังคมว่าประชาชนจะได้ใช้งานจริงๆ ในวันใด

ที่สำคัญรายได้จากค่าปรับนี้ กทช. จะส่งเข้ากระทรวงการคลังโดยตรง ไม่ได้นำมาเป็นรายได้ของสำนักงาน เพราะถือว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่ในการกำกับดูแลโดยตรง ตาม มาตรา 66 ของพ.ร.บ. ประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2544  ซึ่งให้อำนาจ กทช. ในการจะกำหนดมาตรการอื่นๆ นอกเหนือจากค่าปรับทางปกครอง สำหรับผู้ที่เพิกเฉยต่อการให้บริการที่เป็นธรรมกับประชาชน

“ที่ผ่านมา กทช. เห็นใจ โอเปอเรเตอร์ที่ต้องรีบดำเนินการ จึงได้ผ่อนผันมาให้ระยะหนึ่งแล้ว เมื่อผ่านมา 1 ปีแล้วยังเปิดให้บริการไม่ได้ จึงต้องออกมาตรการมาบังคับเพื่อให้เกิดจิตสำนึก”

ที่มา :ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ วันที่ 06 กันยายน พ.ศ. 2553

แสดงความคิดเห็น

« 1150
หากท่านไม่ได้เป็นสมาชิก ท่านจำเป็นต้องป้อนตัวอักษรของ Anti-spam word ในช่องข้างบนให้ถูกต้อง
The content of this field is kept private and will not be shown publicly. This mail use for contact via email when someone want to contact you.
Bold Italic Underline Left Center Right Ordered List Bulleted List Horizontal Rule Page break Hyperlink Text Color :) Quote
คำแนะนำ เว็บไซท์นี้สามารถเขียนข้อความในรูปแบบ มาร์คดาวน์ - Markdown Syntax:
  • วิธีการขึ้นบรรทัดใหม่โดยไม่เว้นช่องว่างระหว่างบรรทัด ให้เคาะเว้นวรรค (Space bar) ที่ท้ายบรรทัดจำนวนหนึ่งครั้ง
  • วิธีการขึ้นย่อหน้าใหม่ซึ่งจะมีการเว้นช่องว่างห่างจากบรรทัดด้านบนเล็กน้อย ให้เคาะ Enter จำนวน 2 ครั้ง