ข่าวผู้บริโภค
ภาคประชาชนต้านเหล้า บี้ “อียู” ถอนน้ำเมาออกจากกรอบการค้าเสรี
ภาคประชาชนต้านเหล้า บี้ “อียู” ถอนเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ออกจากกรอบการค้าเสรี หยุดกดดันรัฐบาลไทย “คำรณ” ยื่น 3 ข้อ อัดยุโรปค้าขายไร้ธรรมาภิบาล-เอื้อธุรกิจที่ได้ประโยชน์ ขณะที่ เครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ ชี้ การเจรจาต้องไม่กระทบต่อนโยบายด้านสุขภาพ
วันนี้ (8 ก.ย.) เวลา 10.30 น.ที่สำนักงานสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย นายคำรณ ชูเดชา ผู้ประสานงานเครือข่ายเยาวชนป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ พร้อมด้วยเครือข่ายเฝ้าระวังแอลกอฮอล์กรุงเทพ เกสรชุมชน เครือข่ายผู้ได้รับผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวีเอดส์ประเทศไทย และเครือข่ายเยาวชนป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ กว่า 150 คน เข้ายื่นจดหมายเปิดผนึกถึง ฯพณฯ เดวิด ลิปแมน เอกอัครราชทูต หัวหน้าคณะผู้แทนสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย เพื่อขอให้ถอนเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ออกจากการเจรจาการค้าเสรีไทย-สหภาพยุโรป (อียู) และหยุดกดดันรัฐบาลไทย โดยมี นายอันโตนิโอ เบอร์ลินกัว หัวหน้าฝ่ายเจรจาการค้าสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย เป็นผู้รับเรื่องแทน
นายคำรณ กล่าวว่า จากกระแสข่าวการกดดันของอียู ที่ต้องการให้ไทยลดอัตราอากรในส่วนของสินค้าประเภทเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ลง 90% ภายใน 7 ปี เพื่อแลกกับการลดอากรนำเข้าสินค้าบางประเภทที่ไทยส่งเข้าไปจำหน่ายในอียู แสดงให้เห็นชัดเจนว่า อียูทำการค้าขายที่ไม่มีธรรมาภิบาล ด้วยการเอาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มาเป็นตัวประกัน บีบบังคับรัฐบาลไทยให้ต้องดำเนินการตามข้อเสนอ ดังนั้น จึงเห็นว่า รัฐบาลไม่จำเป็นต้องทำตามข้อเสนอของอียู เพราะการกระทำดังกล่าวถือว่าเป็นการกดดัน โดยไม่มีเหตุผล ทั้งที่มีคนเสียชีวิตจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 3 คนต่อชั่วโมง ดังนั้น รัฐบาลต้องมีดุลพินิจในการตัดสินใจอย่างรอบคอบ และยกเลิกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ออกจากการเจรจาข้อตกลงการค้าเสรี เพราะถือว่าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นสินค้าอันตราย ที่ฆ่าชีวิตมนุษย์ทั่วโลก ควรนำไปจัดอยู่ในสินค้า อาวุธ ยาเสพติด เพราะยังไม่เคยมีใครคิดที่จะนำมาค้าเสรี และที่น่าเสียใจที่สุด คือ มีความพยายามของธุรกิจเกษตรยักษ์ใหญ่ของไทย กำลังทำทุกวิถีทางเพื่อประโยชน์ทางการค้ากับอียู โดยไม่สนใจว่า จะส่งผลกระทบอะไรกับเยาวชนบ้าง คงต้องจับตาดูว่าหากมีอะไรที่ล้ำเส้นเกินไปอาจจะต้องมีการเปิดเผยให้สังคมได้รับทราบ
นายคำรณ กล่าวว่า เพื่อเป็นการแสดงจุดยืนของเครือข่ายฯ จึงขอเสนอ 3 ข้อ คือ 1.ขอคัดค้านการนำเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้าสู่การเจรจาการค้าเสรี และขอให้อียูมีจริยธรรม คุณธรรมไม่น้อยไปกว่าผลประโยชน์ทางธุรกิจ และควรกล้าหาญที่จะสร้างประวัติศาสตร์ ด้วยการตระหนักว่าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เป็นสินค้าไม่ธรรมดา ที่ไม่ควรอยู่ในบัญชีใดๆ ของการเจรจาการค้าเสรี 2.ขอให้สหภาพยุโรปหยุดกดดัน แทรกแซงนโยบายรัฐบาลไทย และขอให้เคารพการตัดสินใจของไทยที่ไม่ต้องการให้นำเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เข้ามาอยู่ในการเจรจาการค้าเสรี และ3.ขอประณาม ธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จากอียู และธุรกิจอื่นที่หวังจะได้ประโยชน์จากการเจรจา หรือองค์กรนอมินีใดๆ ที่เห็นแก่ประโยชน์ทางการค้า มากกว่าสุขภาพ ชีวิต และความเป็นความตายของคนไทย
นายอนันต์ เมืองมูลไชย ตัวแทนเครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ ประเทศไทย กล่าวว่า ทางเครือข่ายติดตามผลกระทบจากการเจรจาการค้าเสรีมาโดยตลอด เห็นว่า รัฐบาลต้องคำนึงถึงความจำเป็น และประโยชน์ของประเทศเป็นหลัก ที่สำคัญ ต้องไม่กระทบต่อนโยบายด้านสุขภาพของประชาชน แต่การลดภาษีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จะส่งผลกระทบต่อสังคมและสุขภาพของประชาชนเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนที่เป็นกำลังสำคัญของชาติ เพราะเมื่อราคาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ถูกลง ก็จะสามารถหาซื้อมาบริโภคได้ง่ายขึ้น ดังนั้น จึงไม่ควรนำกรณีภาคเกษตรจะได้รับผลกระทบมาเป็นข้ออ้าง เพราะผู้ที่จะได้รับผลประโยชน์โดยตรงคือภาคธุรกิจขนาดใหญ่ ไม่ใช่เกษตรกรรายย่อย ดังนั้นรัฐบาลต้องมองภาพรวมของประเทศทั้งหมด
นายอนันต์ กล่าวว่า ทางเครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ เห็นว่า นอกจากเรื่องการลดภาษีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แล้ว ทางเครือข่ายยังมีความกังวลในเรื่องที่เกี่ยวกับทรัพย์สินทางปัญญา โดยเฉพาะเรื่องยา ซึ่งอาจจะกระทบต่อกลุ่มผู้ป่วย เช่น ผู้ป่วยเรื้อรัง และผู้ที่จำเป็นต้องใช้ยาราคาแพง อาจไม่สามารถเข้าถึงยาได้เพราะติดในเรื่องของสิทธิบัตรยา ดังนั้น เห็นว่าการเจรจาการค้าเสรีกับอียู ต้องไม่เกินกว่าข้อตกลงว่าด้วยสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาที่เกี่ยวกับการค้า (ทริปส์) ขององค์การการค้าโลก ซึ่งรัฐบาลต้องส่งเสริมให้มีการนำมาตรการยืดหยุ่นทริปส์ นี้มาใช้ ในกรณีจำเป็น นอกจากนี้ควรยกระดับ ศักยภาพของอุตสาหกรรมผลิตยา เพื่อให้สามารถเข้าถึงยา และไม่ยอมให้การเจรจาการค้าเสรีมาบั่นทอนการแข่งขันของอุตสาหกรรมยาในประเทศ ที่สำคัญต้องมีมาตรการรองรับและเยียวยาต่อผู้ได้รับผลกระทบ ชดเชยต่อสังคมอย่างทั่วถึง
“หากการเจรจาการค้าเสรีกับอียูมีความขัดแย้งกับนโยบายของไทย รัฐบาลก็ไม่จำเป็นต้องรับหลักการจากอียู เพราะที่ผ่านมาอียูเรียกร้องมาตรการและพยายามแทรกแซงการแก้ไขกฎหมาย เปลี่ยนแปลงนโยบาย ที่ส่งผลกระทบกับประชาชนทั้งประเทศ” นายอนันต์ กล่าว
ขณะที่ นายอันโตนิโอ กล่าวว่า การที่ภาคประชาชนมาร่วมแสดงจุดยืนในวันนี้ถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะเป็นการปกป้องผลประโยชน์ของประเทศ อย่างไรก็ตาม คณะผู้แทนสหภาพยุโรปประจำประเทศไทยทุกท่าน ไม่ได้นิ่งนอนใจ และจะนำข้อเรียกร้องดังกล่าวเข้าสู่กระบวนการพิจารณา และร่วมหารือกับทุกฝ่ายเพื่อหาทางออกในเรื่องนี้เพื่อให้เกิดความชัดเจน
ที่มา : ASTVผู้จัดการออนไลน์ วันที่ 8 กันยายน 2553
Relate topics
- สสจ.ภูเก็ตเตือนกินยาล้างไตอำพรางสารเสพติดเสี่ยงทำไตวาย
- เครือข่ายสุขภาพส่งจดหมายเปิดผนึกถามนายกฯจัดตั้ง “เมดิคัลฮับ” ตามมหาวิทยาลัยแพทย์ของรัฐ ดูผลกระทบที่จะเกิดกับคนไทยหรือยัง ชี้ได้ไม่คุ้มเสีย
- บอร์ด สปสช.ไม่ชัด ร่วมจ่าย 30 บาทบอร์ด สปสช.ไม่ชัด ร่วมจ่าย 30 บาท
- เครือข่ายกลุ่มรักหลักประกันสุขภาพภาคตะวันตกสาปเผาแช่งขบวนการล้ม สปสช.
- นักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์สาธารณสุขลอนดอน แนะไทยต้องทำ 3 ระบบเท่าเทียมกัน


สภาผู้บริโภคจังหวัดสงขลา 1-0-12-54