สมาคมผู้บริโภคสงขลา

ข่าวผู้บริโภค

ภาคประชาชนต้านเหล้า บี้ “อียู” ถอนน้ำเมาออกจากกรอบการค้าเสรี

by khaohom @September,09 2010 09.43 ( IP : 113...252 ) | Tags : ข่าวผู้บริโภค

ภาคประชาชนต้านเหล้า บี้ “อียู” ถอนเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ออกจากกรอบการค้าเสรี หยุดกดดันรัฐบาลไทย “คำรณ” ยื่น 3 ข้อ อัดยุโรปค้าขายไร้ธรรมาภิบาล-เอื้อธุรกิจที่ได้ประโยชน์ ขณะที่ เครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ ชี้ การเจรจาต้องไม่กระทบต่อนโยบายด้านสุขภาพ

คำอธิบายภาพ : imagesca0dndl777วันนี้ (8 ก.ย.) เวลา 10.30 น.ที่สำนักงานสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย นายคำรณ ชูเดชา ผู้ประสานงานเครือข่ายเยาวชนป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ พร้อมด้วยเครือข่ายเฝ้าระวังแอลกอฮอล์กรุงเทพ เกสรชุมชน เครือข่ายผู้ได้รับผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวีเอดส์ประเทศไทย และเครือข่ายเยาวชนป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ กว่า 150 คน เข้ายื่นจดหมายเปิดผนึกถึง ฯพณฯ เดวิด ลิปแมน เอกอัครราชทูต หัวหน้าคณะผู้แทนสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย เพื่อขอให้ถอนเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ออกจากการเจรจาการค้าเสรีไทย-สหภาพยุโรป (อียู) และหยุดกดดันรัฐบาลไทย โดยมี นายอันโตนิโอ เบอร์ลินกัว หัวหน้าฝ่ายเจรจาการค้าสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย เป็นผู้รับเรื่องแทน

นายคำรณ กล่าวว่า จากกระแสข่าวการกดดันของอียู ที่ต้องการให้ไทยลดอัตราอากรในส่วนของสินค้าประเภทเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ลง 90% ภายใน 7 ปี เพื่อแลกกับการลดอากรนำเข้าสินค้าบางประเภทที่ไทยส่งเข้าไปจำหน่ายในอียู แสดงให้เห็นชัดเจนว่า อียูทำการค้าขายที่ไม่มีธรรมาภิบาล ด้วยการเอาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มาเป็นตัวประกัน บีบบังคับรัฐบาลไทยให้ต้องดำเนินการตามข้อเสนอ ดังนั้น จึงเห็นว่า รัฐบาลไม่จำเป็นต้องทำตามข้อเสนอของอียู เพราะการกระทำดังกล่าวถือว่าเป็นการกดดัน โดยไม่มีเหตุผล ทั้งที่มีคนเสียชีวิตจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 3 คนต่อชั่วโมง ดังนั้น รัฐบาลต้องมีดุลพินิจในการตัดสินใจอย่างรอบคอบ และยกเลิกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ออกจากการเจรจาข้อตกลงการค้าเสรี เพราะถือว่าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นสินค้าอันตราย ที่ฆ่าชีวิตมนุษย์ทั่วโลก ควรนำไปจัดอยู่ในสินค้า อาวุธ ยาเสพติด เพราะยังไม่เคยมีใครคิดที่จะนำมาค้าเสรี และที่น่าเสียใจที่สุด คือ มีความพยายามของธุรกิจเกษตรยักษ์ใหญ่ของไทย กำลังทำทุกวิถีทางเพื่อประโยชน์ทางการค้ากับอียู โดยไม่สนใจว่า จะส่งผลกระทบอะไรกับเยาวชนบ้าง คงต้องจับตาดูว่าหากมีอะไรที่ล้ำเส้นเกินไปอาจจะต้องมีการเปิดเผยให้สังคมได้รับทราบ

นายคำรณ กล่าวว่า เพื่อเป็นการแสดงจุดยืนของเครือข่ายฯ จึงขอเสนอ 3 ข้อ คือ 1.ขอคัดค้านการนำเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้าสู่การเจรจาการค้าเสรี และขอให้อียูมีจริยธรรม คุณธรรมไม่น้อยไปกว่าผลประโยชน์ทางธุรกิจ และควรกล้าหาญที่จะสร้างประวัติศาสตร์ ด้วยการตระหนักว่าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เป็นสินค้าไม่ธรรมดา ที่ไม่ควรอยู่ในบัญชีใดๆ ของการเจรจาการค้าเสรี 2.ขอให้สหภาพยุโรปหยุดกดดัน แทรกแซงนโยบายรัฐบาลไทย และขอให้เคารพการตัดสินใจของไทยที่ไม่ต้องการให้นำเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เข้ามาอยู่ในการเจรจาการค้าเสรี และ3.ขอประณาม ธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จากอียู และธุรกิจอื่นที่หวังจะได้ประโยชน์จากการเจรจา หรือองค์กรนอมินีใดๆ ที่เห็นแก่ประโยชน์ทางการค้า มากกว่าสุขภาพ ชีวิต และความเป็นความตายของคนไทย

นายอนันต์ เมืองมูลไชย ตัวแทนเครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ ประเทศไทย กล่าวว่า ทางเครือข่ายติดตามผลกระทบจากการเจรจาการค้าเสรีมาโดยตลอด เห็นว่า รัฐบาลต้องคำนึงถึงความจำเป็น และประโยชน์ของประเทศเป็นหลัก ที่สำคัญ ต้องไม่กระทบต่อนโยบายด้านสุขภาพของประชาชน แต่การลดภาษีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จะส่งผลกระทบต่อสังคมและสุขภาพของประชาชนเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนที่เป็นกำลังสำคัญของชาติ เพราะเมื่อราคาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ถูกลง ก็จะสามารถหาซื้อมาบริโภคได้ง่ายขึ้น ดังนั้น จึงไม่ควรนำกรณีภาคเกษตรจะได้รับผลกระทบมาเป็นข้ออ้าง เพราะผู้ที่จะได้รับผลประโยชน์โดยตรงคือภาคธุรกิจขนาดใหญ่ ไม่ใช่เกษตรกรรายย่อย ดังนั้นรัฐบาลต้องมองภาพรวมของประเทศทั้งหมด

นายอนันต์ กล่าวว่า ทางเครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ เห็นว่า นอกจากเรื่องการลดภาษีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แล้ว ทางเครือข่ายยังมีความกังวลในเรื่องที่เกี่ยวกับทรัพย์สินทางปัญญา โดยเฉพาะเรื่องยา ซึ่งอาจจะกระทบต่อกลุ่มผู้ป่วย เช่น ผู้ป่วยเรื้อรัง และผู้ที่จำเป็นต้องใช้ยาราคาแพง อาจไม่สามารถเข้าถึงยาได้เพราะติดในเรื่องของสิทธิบัตรยา ดังนั้น เห็นว่าการเจรจาการค้าเสรีกับอียู ต้องไม่เกินกว่าข้อตกลงว่าด้วยสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาที่เกี่ยวกับการค้า (ทริปส์) ขององค์การการค้าโลก ซึ่งรัฐบาลต้องส่งเสริมให้มีการนำมาตรการยืดหยุ่นทริปส์ นี้มาใช้ ในกรณีจำเป็น นอกจากนี้ควรยกระดับ ศักยภาพของอุตสาหกรรมผลิตยา เพื่อให้สามารถเข้าถึงยา และไม่ยอมให้การเจรจาการค้าเสรีมาบั่นทอนการแข่งขันของอุตสาหกรรมยาในประเทศ ที่สำคัญต้องมีมาตรการรองรับและเยียวยาต่อผู้ได้รับผลกระทบ ชดเชยต่อสังคมอย่างทั่วถึง

“หากการเจรจาการค้าเสรีกับอียูมีความขัดแย้งกับนโยบายของไทย รัฐบาลก็ไม่จำเป็นต้องรับหลักการจากอียู เพราะที่ผ่านมาอียูเรียกร้องมาตรการและพยายามแทรกแซงการแก้ไขกฎหมาย เปลี่ยนแปลงนโยบาย ที่ส่งผลกระทบกับประชาชนทั้งประเทศ” นายอนันต์ กล่าว

ขณะที่ นายอันโตนิโอ กล่าวว่า การที่ภาคประชาชนมาร่วมแสดงจุดยืนในวันนี้ถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะเป็นการปกป้องผลประโยชน์ของประเทศ อย่างไรก็ตาม คณะผู้แทนสหภาพยุโรปประจำประเทศไทยทุกท่าน ไม่ได้นิ่งนอนใจ และจะนำข้อเรียกร้องดังกล่าวเข้าสู่กระบวนการพิจารณา และร่วมหารือกับทุกฝ่ายเพื่อหาทางออกในเรื่องนี้เพื่อให้เกิดความชัดเจน

ที่มา : ASTVผู้จัดการออนไลน์ วันที่ 8 กันยายน 2553

แสดงความคิดเห็น

« 1282
หากท่านไม่ได้เป็นสมาชิก ท่านจำเป็นต้องป้อนตัวอักษรของ Anti-spam word ในช่องข้างบนให้ถูกต้อง
The content of this field is kept private and will not be shown publicly. This mail use for contact via email when someone want to contact you.
Bold Italic Underline Left Center Right Ordered List Bulleted List Horizontal Rule Page break Hyperlink Text Color :) Quote
คำแนะนำ เว็บไซท์นี้สามารถเขียนข้อความในรูปแบบ มาร์คดาวน์ - Markdown Syntax:
  • วิธีการขึ้นบรรทัดใหม่โดยไม่เว้นช่องว่างระหว่างบรรทัด ให้เคาะเว้นวรรค (Space bar) ที่ท้ายบรรทัดจำนวนหนึ่งครั้ง
  • วิธีการขึ้นย่อหน้าใหม่ซึ่งจะมีการเว้นช่องว่างห่างจากบรรทัดด้านบนเล็กน้อย ให้เคาะ Enter จำนวน 2 ครั้ง