สมาคมผู้บริโภคสงขลา

ข่าวผู้บริโภค

"บัตรทอง" ยันไม่ลดงบฯค่ารายหัว

by roung @August,18 2009 13.54 ( IP : 113...17 ) | Tags : ข่าวผู้บริโภค

สปสช. ยันไม่ลดค่ารายหัวรักษาพยาบาล  แม้  สปส.จะขยายสิทธิ์รักษาพยาบาลไปยังสามีภรรยาและบุตรผู้ประกันตน  จะทำให้ผู้ถือบัตรทองลดลง  อ้างคนถือบัตรทองเหลือแต่คนแก่  แต่มีค่ารักษาพยาบาลสูงกว่าคนหนุ่มสาว  3  เท่า

นพ.วินัย  สวัสดิวร  เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ  (สปสช.)  กล่าวถึงกรณีที่ทางสำนักงานหลักประกันสังคม  (สปส.)  เตรียมขยายสิทธิการรักษาพยาบาลของผู้ประกันตนไปยังคู่ผู้สมรสและบุตร  ว่า  การขยายสิทธิ์ดังกล่าวไม่น่าเป็นปัญหา  และคงไม่ส่งผลกระทบต่อกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ  (บัตรทอง)  เพียงแต่อาจต้องมีการปรับจำนวนผู้มีสิทธิ์เท่านั้น  ซึ่งที่ผ่านมาการเปลี่ยนย้ายสิทธิ์ก็มีการเคลื่อนย้ายปรับเปลี่ยนโดยตลอดอยู่แล้ว  เพียงแต่ครั้งนี้หากมีการขยายสิทธิ์จริงก็จะเป็นการย้ายจำนวนผู้มีสิทธิ์ครั้งใหญ่  อีกทั้งยังเป็นการดึงเอาผู้มีสิทธิ์ที่เป็นกลุ่มเด็กและวัยทำงานที่มีอัตราการป่วยน้อยออกไป  คงไว้แต่กลุ่มผู้สูงอายุ  ซึ่งนอกจากมีอัตราการใช้บริการมากแล้ว  ยังมีค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลสูงกว่าวัยอื่นถึง  3  เท่า

นพ.วินัยกล่าวว่า  แม้ว่าเมื่อ  สปส.ขยายสิทธิการรักษาพยาบาลไปยังคู่สมรสและบุตรจะทำให้จำนวนผู้มีสิทธิ์ในระบบบัตรทองลดลง  แต่คงไม่สามารถปรับลดค่าใช้จ่ายรายหัวในระบบบัตรทองลงจากจำนวนงบประมาณปี  2553  ซึ่งอยู่ที่  2,432  บาทลงได้  แต่ในตรงข้ามควรมีการปรับเพิ่มขึ้น  เนื่องจากอัตราค่ารักษาดังกล่าวเป็นการเฉลี่ยค่ารักษาระหว่างกลุ่มที่ป่วยบ่อยและไม่ป่วย  ซึ่งหากกองทุน  สปสช.เหลือเพียงเฉพาะผู้สูงอายุประมาณว่ามีจำนวน  9-10%  หรือ  5  ล้านคน  ที่อยู่ในระบบปัจจุบันก็จะทำให้ค่าเฉลี่ยในการรักษาต่อหัวเพิ่มขึ้น  ซึ่งจากการคำนวณค่ารักษาพยาบาลของผู้สูงอายุ  ขณะนี้อยู่ที่  8,000  บาทต่อคนต่อปี  ขณะที่คนหนุ่มสาวและวัยทำงานอยู่ที่แค่  700  บาทต่อคนต่อปี  เพราะบางคนแทบไม่เคยใช้บริการรักษาพยาบาลเลย

นพ.วินัยกล่าวต่อว่า  ทาง  สปส.ต้องกำหนดหลักเกณฑ์การนับจำนวนที่เป็นคู่สมรสและบุตรที่ชัดเจน  เนื่องจากปัจจุบันมีจำนวนมากที่อยู่กินเป็นสามีภรรยาโดยไม่ได้จดทะเบียนสมรส  หรือว่าจะนับเฉพาะข้อมูลที่เป็นการจดทะเบียนในระบบของกระทรวงมหาดไทยเท่านั้น  อย่างไรก็ตาม  ตัวเลขคู่สมรสและบุตรที่อยู่ในระบบข้อมูล  สปสช.ที่ต้องโอนไปนั้น  คาดว่าจะมีจำนวนกว่า  3  ล้านคน

การขยายผู้มีสิทธิ์ในระบบ  สปส. หากจะทำก็ทำได้เลย  ไม่ยาก  เพียงแต่ต้องมีการจัดทำระบบข้อมูลที่ชัดเจนก่อน  โดยเฉพาะจำนวนคู่สมรสและบุตร  ไม่เช่นนั้นจะก่อให้เกิดปัญหาได้  อย่างไรก็ตาม  ในวันที่  21  สิงหาคมนี้  จะมีการประชุมร่วมกันของ  3  กองทุนในระบบหลักประกันสุขภาพ  คือ  สปสช.  สปส. และกองทุนข้าราชการและสวัสดิการสังคม  ซึ่งคงจะมีการหารือในเรื่องนี้ด้วย  เลขาธิการ  สปสช. กล่าว

นพ.วินัยกล่าวต่อว่า  นอกจากนี้สิ่งที่  สปส.ต้องคำนึงคือ  ความทั่วถึงของหน่วยพยาบาลในการเข้าถึงระบบบริการ  เนื่องจากระบบ  สปส.เป็นระบบที่จัดขึ้นเพื่อรองรับคนเมือง  แต่หากเพิ่มสิทธิ์คู่สมรสและบุตรด้วยแล้ว  ในความเป็นจริงมีจำนวนไม่น้อยที่ผู้ประกันตนเองเข้ามาทำงานในเมือง  โดยที่คู่สมรสและบุตรอยู่ในต่างจังหวัด  ทำให้การรับบริการตามสิทธิ์  สปส.อาจไม่ทั่วถึง  ดังนั้นหากขยายสิทธิ์จริงจะต้องมี

ที่มา:ไทยโพสต์ http://www.thaipost.net/news/180809/9407

แสดงความคิดเห็น

« 5881
หากท่านไม่ได้เป็นสมาชิก ท่านจำเป็นต้องป้อนตัวอักษรของ Anti-spam word ในช่องข้างบนให้ถูกต้อง
The content of this field is kept private and will not be shown publicly. This mail use for contact via email when someone want to contact you.
Bold Italic Underline Left Center Right Ordered List Bulleted List Horizontal Rule Page break Hyperlink Text Color :) Quote
คำแนะนำ เว็บไซท์นี้สามารถเขียนข้อความในรูปแบบ มาร์คดาวน์ - Markdown Syntax:
  • วิธีการขึ้นบรรทัดใหม่โดยไม่เว้นช่องว่างระหว่างบรรทัด ให้เคาะเว้นวรรค (Space bar) ที่ท้ายบรรทัดจำนวนหนึ่งครั้ง
  • วิธีการขึ้นย่อหน้าใหม่ซึ่งจะมีการเว้นช่องว่างห่างจากบรรทัดด้านบนเล็กน้อย ให้เคาะ Enter จำนวน 2 ครั้ง