สมาคมผู้บริโภคสงขลา

ข้อมูลผู้บริโภค

ชี้โลกร้อนคุกคามคนลุ่มน้ำโขง

by roung @October,07 2009 10.27 ( IP : 113...118 ) | Tags : ข้อมูลผู้บริโภค

กองทุนสัตว์ป่าโลก  (ดับเบิลยูดับเบิลยูเอฟ)  เผยแพร่รายงานขนานการประชุมองค์การสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก  2009  ที่กรุงเทพฯ  เมื่อวันจันทร์  ระบุการเปลี่ยนรูปแบบของสภาพอากาศและระดับน้ำทะเลที่เพิ่มขึ้น  ได้ส่งผลกระทบต่อผู้คนจำนวนมากในพื้นที่ลุ่มน้ำโขงแล้ว  ขณะปัญหาโลกร้อนยังคุกคามชีวิตคนอีกหลายล้านในภูมิภาคนี้

รายงานขององค์กรอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมแห่งนี้ชี้ว่า  อุทกภัยรุนแรงและภัยแล้ง,  การกัดเซาะชายฝั่ง,  ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น  และคลื่นความร้อน  ที่จะเกิดขึ้นในช่วงไม่กี่ทศวรรษข้างหน้านี้  ส่งผลกระทบถึงผลผลิตข้าว,  ผลไม้และกาแฟ  และการทำประมง  ซึ่งเป็นปัจจัยเลี้ยงชีวิตของผู้คนจำนวนมากในกลุ่มประชากรลุ่มแม่น้ำโขง  65  ล้านคน

"ทั่วทั้งภูมิภาคนี้อุณหภูมิกำลังเพิ่มขึ้น  และได้เพิ่มขึ้นแล้ว  0.5-1.5  องศาเซลเซียสในช่วง  50  ปีที่ผ่านมา"  ข่าวรอยเตอร์อ้างข้อความในรายงาน

ดับเบิลยูดับเบิลยูเอฟ  กล่าวว่า  ในขณะที่หลายพื้นที่ของภูมิภาคนี้จะมีฤดูฝนที่สั้นลง  แต่คาดว่าปริมาณน้ำฝนโดยรวมกลับจะเพิ่มขึ้น  หมายความว่าฝนที่ตกก็จะมีความรุนแรงมากขึ้น  ซึ่งจะคุกคามต่อผลผลิตทางการเกษตร  และทำใหิเกิดน้ำท่วมและดินถล่มตามมา

พื้นที่ลุ่มน้ำโขงที่รายงานนี้กล่าวถึงนั้น  นับรวมตั้งแต่ที่ราบสูงทิเบตในจีนลงมายังพม่า, ไทย, ลาว,  กัมพูชา  และเวียดนาม  จากนั้นได้ไหลลงสู่ทะเลจีนใต้

สามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง  เป็นแหล่งปลูกข้าวราวครึ่งหนึ่งของเวียดนาม  และเป็นแหล่งผลิตกุ้งประมาณ  60%  แต่ระดับน้ำทะเลสูงขึ้นและน้ำเค็มหนุน  ได้กระทบต่อปริมาณผลผลิตและอาจทำให้เกษตรกรไร้ที่ทำกิน

ประชากรจำนวนมากอาศัยในที่ลุ่มต่ำ    ตามแนวชายฝั่งและในพื้นที่ที่น้ำท่วมถึง  เช่นในนครโฮจิมินห์ซิตี,  ฮานอย  และกรุงเทพฯ  ซึ่งทำให้ภูมิภาคเหล่านี้มีความเสี่ยงสูงต่ออุทกภัย,  การรุกล้ำปนเปื้อนของน้ำเค็ม  และระดับน้ำทะเลสูงขึ้น

รายงานกล่าวด้วยว่า  ภัยแล้งและอุทกภัยที่เกิดถี่ขึ้นจะสร้างความเสียหายขนานใหญ่ต่อชีวิตและทรัพย์สิน  นอกจากนี้  ในช่วงฤดูแล้งจะเกิดปัญหาขาดแคลนน้ำหนักหน่วงขึ้นด้วย  "อุณหภูมิสูงขึ้นได้ทำให้พื้นที่เพาะปลูกลดขนาดลง  ขณะที่พายุ, น้ำท่วม  และภัยแล้ง  กำลังทำลายผลผลิตทั่วทั้งลุ่มน้ำโขง  การขาดแคลนน้ำจะจำกัดการผลิตภาคเกษตร  และคุกคามต่อความมั่นคงด้านอาหารด้วย"  รายงานนี้เสริม

บรรดาผู้แทนจากประมาณ  180  ประเทศ  กำลังประชุมกันที่สำนักงานยูเอ็นในกรุงเทพฯ  เพื่อพยายามหาความตกลงร่วมกัน  ในการขยับขยายความร่วมมือต่อสู้กับปัญหาภาวะโลกร้อน  โดยพวกเจ้าหน้าที่กำลังพยายามนิยามเนื้อหาที่จะใช้เป็นพื้นฐานของการทำสนธิสัญญาว่าด้วยโลกร้อนฉบับใหม่  ที่ยูเอ็นหวังว่าจะสามารถหาความเห็นพ้องต้องกันได้ภายในเดือนธันวาคมปีนี้

ประเด็นหนึ่งที่เป็นหัวใจสำคัญของข้อตกลงฉบับใหม่นี้  คือการให้ความช่วยเหลือประเทศที่ยากจน  ในการปรับตัวเข้ากับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศโลก

ที่ด้านนอกศูนย์การประชุมของยูเอ็น  มีชาวนาไทย,  เกษตรกร,  ชาวประมง  และชนพื้นเมืองจากหลายประเทศ  อาทิ  ฟิลิปปินส์,  มาเลเซีย  และเนปาล  รวมประมาณ  2,000  คน  มาชุมนุมประท้วงเรียกร้องให้ประเทศร่ำรวยทุ่มเทมากขึ้นในการจำกัดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

"เรามาที่นี่เพื่อถ่ายทอดเสียงของชาวนาต่อยูเอ็น"  ตัวแทนกลุ่มเกษตรกรจากอินโดนีเซียตะโกนอยู่ด้านนอกศูนย์ประชุม

ประเทศกำลังพัฒนากล่าวโทษชาติร่ำรวยว่า  ไม่ยอมริเริ่มด้วยการทำข้อตกลงลดระดับการปล่อยก๊าซให้หนักหน่วงกว่านี้  และต้องการให้ประเทศร่ำรวยรับปากทุ่มเงินนับพันล้านดอลลาร์ช่วยชาติยากจน  ให้ปรับตัวรับผลกระทบและสร้างเศรษฐกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม.

ที่มา : http://www.measwatch.org/autopage/showpage.php?t=29&sid=212&d_id=211

แสดงความคิดเห็น

« 2855
หากท่านไม่ได้เป็นสมาชิก ท่านจำเป็นต้องป้อนตัวอักษรของ Anti-spam word ในช่องข้างบนให้ถูกต้อง
The content of this field is kept private and will not be shown publicly. This mail use for contact via email when someone want to contact you.
Bold Italic Underline Left Center Right Ordered List Bulleted List Horizontal Rule Page break Hyperlink Text Color :) Quote
คำแนะนำ เว็บไซท์นี้สามารถเขียนข้อความในรูปแบบ มาร์คดาวน์ - Markdown Syntax:
  • วิธีการขึ้นบรรทัดใหม่โดยไม่เว้นช่องว่างระหว่างบรรทัด ให้เคาะเว้นวรรค (Space bar) ที่ท้ายบรรทัดจำนวนหนึ่งครั้ง
  • วิธีการขึ้นย่อหน้าใหม่ซึ่งจะมีการเว้นช่องว่างห่างจากบรรทัดด้านบนเล็กน้อย ให้เคาะ Enter จำนวน 2 ครั้ง