ลดาวัลซ์
สำนึกที่หลงเหลือ
ข้าพเจ้ามิอาจคาดหวัง
ลดาวัลซ์
ย่าข้าพเจ้านั้นเกิดและเติบโตในถิ่นชนบทอันห่างไกล มีเสียงร่ำไห้ของแมลงกลางคืนเป็นดนตรี มีกลิ่นเหงื่อไคลจากการกรำงานหนักในไร่นาเป็นน้ำหอมอบร่ำ อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ ไม่มีอัตชีวประวัติประกอบวีรกรรมอันยิ่งใหญ่บันทึก รอยบันทึกของย่ามีเพียงลายเส้นบนผนังหนากร้านแตกแห้งบนนิ้วเมื่อยามทำนิติกรรมกับทางราชการ เสียภาษีที่นาอย่างซื่อสัตย์แก่บ้านเมืองมาโดยตลอด แต่ไม่เคยได้ใช้น้ำชลประทานแม้เพียงหยด ไม่เคยได้รับคำแนะนำจากนักวิชาการทางเกษตรของบ้านเมืองแม้เพียงสักคำ และนักการเมืองที่ย่ารู้จักสูงสุดคือ กำนัน.
เพื่อนร่วมสมัย ร่วมหมู่บ้านและร่วมกิจกรรมแห่งชีวิตถ้วนมวลของข้าพเจ้า เมื่อครั้งเป็นเด็กเล็กนั้น ล้วนมีเลือดเนื้อมีเซลล์สมองและมีเรี่ยวแรงแห่งการออกกำลังเคลื่อนไหวเช่นเดียวกับตัวข้าพเจ้า. พวกเขาเรียนรู้ที่จะทำว่าว รู้จักชื่นชมกับรสอมฝาดอมเปรี้ยวอมหวานของลูกตะขบดงและลูกแสงขันเช่นเดียวกับที่รู้จักตอบคำถามครูในห้องเรียนเหมือนๆกับข้าพเจ้า. บางคนในหมู่เขาเหล่านั้นเก่งกว่าข้าพเจ้าในทุกด้านที่กล่าวด้วยซ้ำ.
จำได้ว่า, คืนค่ำหนึ่งกลางฤดูนา เมื่อสมัยเป็นเด็กเล็ก นั่นเป็นฤดูทงเบ็ดในท้องทุ่งที่น้ำกำลังเจิ่งกอข้าวซึ่งเริ่มตั้งท้องอ่อนๆ ข้าพเจ้ากับเพื่อนสนิทบางคนขดตัวเป็นก้อนกลมอยู่ในขนำนาร้างกลางทุ่งน้ำนั่น เราติดกับของธรรมชาติอยู่ในสถานที่นั้น-หนาวสั่นและหิวเฉกเช่นกับดักสังคม
ทั้งหมดที่ข้าพเจ้ากล่าวมานั้น ข้าพเจ้าเพียงพูดถึงเรื่องของ”โอกาส”ตัวกำหนด”เงื่อนไขทางสังคม”สิทธิพลเมือง”และอะไรอีกบางเรื่อง แน่ล่ะ? มันอาจเป็นเพียงคำฟ้องอันดาษดื่น
แค่นั้นเอง
(บางตอน) พนม นันทพฤกษ์


สภาผู้บริโภคจังหวัดสงขลา 1-0-12-54