watcher
ในแวดวงบู๊ลิ้ม บริโภคก๊ก มิเป็นสองรองผู้ใดเพราะ สูเหนิงเซิงเฉี่ยว : ความชำนาญก่อเกิดทักษะ ฝังลึกในตัวตน แม้เพียงฝ่ามือสามัญชน ก็ย่อมก่อการใหญ่ ไร้ข้อกังขาได้ ดั่ง...เทียนอีอู๋เฟิ่ง : ภูษาฟ้าไร้ตะเข็บ หาที่ติมิได้ฉันนั้น
องค์กรลับ(สมอง) องค์กรรัก(เปิดใจ) ใฝ่หาเรื่อง(เรียนรู้)
ใต้ล่าง ใต้หล้า ท้าลิขิต
การบริหารคือการทำงานให้สำเร็จโดยอาศัยมือผู้อื่น
ผู้ปกครองระดับธรรมดา ใช้ความสามารถของตนอย่างเต็มที่
ผู้ปกครองระดับกลาง ใช้กำลังของคนอื่นอย่างเต็มที่
ผู้ปกครองระดับสูง ใช้ปัญญาของคนอื่นอย่างเต็มที่...คำคมขงเบ้ง
"...แต่การพัฒนาคนและทรัพยากรมนุษย์โดยทั่วไป มักมีรูปแบบที่แยกส่วน
การออกแบบกระบวนการทำงาน ให้การทำงานประจำและงานที่มีโอกาสดำเนินการทางการปฏิบัติแต่ละครั้ง
กลายเป็นกระบวนการเรียนรู้และเพิ่มพูนศักยภาพคนไปด้วย เป็นวิธีการหนึ่งที่ ให้ผลดี
ผมสังเกตว่า เวลาจัดอบรม และประชุมสัมมนา หากจัดวางให้ผู้ดำเนินการและทีมปฏิบัติ
นอกจากทำหน้าที่ดูแลและบริการทางวิชาการที่ทำโดยปรกติอยู่แล้ว
ก็ขอให้เพิ่มบทบาท-มีส่วนรับผิดชอบให้ได้ทำหน้าที่ซึ่งจะกลายเป็นกระบวนการ
ให้จำเป็นต้องปฏิสัมพันธ์กับผู้คน และปฏิสัมพันธ์กับเนื้อหาของงานมากมายไปด้วยแล้ว
บุคลากรและคนทำงานในลักษณะดังกล่าว จะรู้เรื่องงาน เก่งขึ้น
มีความเป็นผู้นำทางวิชาการและแสดงออกถึงวุฒิภาวะในการดำเนินการต่างๆของ องค์กรได้มากขึ้น
กิจกรรมและงานที่สร้างคนในแนวทางนี้ได้ดีมากคือ
* ให้เขียนบทสื่อ ซึ่งต้องตีโจทย์ให้แตก ค้นคว้า เรียนรู้อย่างลึกซึ้ง เรียบเรียงและถ่ายทอดออกมาด้วยภาษาและลีลาของตนเอง
* ให้เตรียมประเด็นการบรรยาย
* การเป็นวิทยากรกลุ่ม และให้สรุป
* การเป็นพิธีกรดำเนินรายการทางวิชาการ ระดับที่พอเหมาะกับประสบการณ์และความเชื่อมั่นในตนเอง
* การเป็นกระบวนกร (Facilitator) ถอดบทเรียนกลุ่มคนที่มีประสบการณ์หลากหลาย
* การให้ติดต่องานกับคนภายนอก
* การให้ทำงานที่ต้องลงชุมชน และเจอคนที่ต้องใช้ทักษะ Human Skill ตามกาละเทศะหลากหลาย... "
คัดมาจาก...http://gotoknow.org/blog/civil-learning/214872
บทความของ...วิรัตน์ คำศรีจันทร์ บทที่ ๒๕. ให้เป็นพิธีกร และเขียนบท...สะท้อนการเรียนรู้งานและองค์กร
ทำงานองค์กร กับคำว่าปกครอง
ขึ้นห้วข้อค้างไว้จนตัวเองก็เริ่มงง เอาคำคมขงเบ้งมาแปะ เอาข้อเขียนของอาจารย์วิรัตน์มาใส่
พอจะเริ่มเข้าเรื่องที่ตั้งใจจะเขียนก็ต้องนั่งทบทวนว่าจะเขียนอะไร เขียนทำไม
คงเพราะสะสมประเด็นเรื่องของทำรายงานผลการดำเนินงานบ้าง เรื่องเตรียมองค์กรอิสระบ้าง
และที่หนักหน่อยก็ตรงที่พอเริ่มล้า ก็ต้องถามคำถามที่ถามตัวเองอยู่บ่อยๆว่า ทำไปทำไม
ซึ่งคำตอบที่ก้องจากภายใน(โดยไม่ต้องใช้อัลตร้าซาวด์)ก็เหมือนเดิม คือ เพศหญิงค่ะ เอ้าไม่ใช่
ทุกครั้งที่ถาม...คำตอบคือ ก็เปลี่ยนไง CHANGE น่ะ ช่วงปี 52 เราอาจได้ยินคำนี้บ่อยมาก
แต่ก็ยังคงใช้สื่อสารเพื่อบ่งบอกถึงเป้าหมายของการทำงานเพื่อการเปลี่ยนแปลงสังคมได้ดี
เราทำงานแบบที่น้องๆในสำนักงานไม่รู้จะสรรหาคำอธิบาย บอกให้เพื่อนๆที่รับราชการ ห้างร้าน ทำธุรกิจส่วนตัวเข้าใจได้อย่างไร
เรามักทะนงตัวเองเสมอว่างานง่ายๆปล่อยให้คนอื่นเค้าทำ เราต้องเป็นกลไกพิเศษทำงานที่คนอื่นเค้าทำไม่ได้
ใช้ความสามารถตัวเองจนเต็มที่แล้ว บางครั้งก็พลอยดูแคลนผลงานว่าได้แค่นี้เองหรือ
และบ่อยครั้งก็พาลเฉื่อยงานเพราะโลกนี้ไม่ใช่ของเราคนเดียว
แว็บหนึ่งก็นึกถึงคำคมขงเบ้งที่จั่วหัวไว้ข้างบน...เราไม่ได้ทำงานแบบปกครองใคร แล้วเราเป็นองค์กรแบบไหนกัน
ผู้ปกครอง กับ การสร้างทีมงาน
ภาพใหญ่ของการทำงานทุกคนน่าจะเป็นผู้ปกครอง ตามความหมายของขงเบ้ง
บทความของอาจารย์วิรัตน์ชี้ได้ชัดว่าคนเราต้องเรียนรู้จากการทำงานที่รอบด้าน
หรือนี่เป็นองค์กรแบบที่เราทำงานอยู่ โอ้โห...แนวสุดๆ ออกบู๊ลิ้ม มหากาพย์สามก๊กฉบับองค์กรลับ
ผสมกับ Learning Organization องค์กรรักการเรียนรู้ แหม...เดิร์นซะ
เมื่อคิดได้เช่นนี้ก็มิอาจยืนสงบนิ่งเดียวดายใต้แสงจันทร์ได้ เพียงอึดใจก็นับว่านานโข
สภาวะความเป็นทีมงานของพรรคใต้หล้า แม้ยามนี้อาจดูอ่อนกำลัง
หลังจากแยกย้ายไปฉลองปีใหม่(อันนี้เราไม่ให้ป๋าต๊อบผูกขาดคนเดียว)
แต่อนาคตข้างหน้าต้องเคี่ยวกรำ่ศึกหนักที่ก่อเค้าลางให้เห็น
รู้แล้วไม่บอกต่อในองค์กร ทีมงาน เสียแต่เนิ่นๆก็จะปิดโครงการทำรายงานได้แค่พอผ่านๆ
ความจริงแล้วบรรยากาศถอดบทเรียนที่เกาะยอถ้าทุกคนได้ซึมซับ และร่วมรับรู้ก็นับว่าบรรลุแล้วกว่า80%
แล้วก็น่าจะมีคำตอบเฉพาะของแต่ละคนแล้วว่าทำงานไปทำไม


สภาผู้บริโภคจังหวัดสงขลา 1-0-12-54