โครงการบริโภคเพื่อชีวิต สงขลา

ข่าวด่วน

โตโยต้าเดินเกมกู้ชื่อหวั่นคู่แข่งถล่มซ้ำ สั่งดีลเลอร์ทั่วไทยเกาะติดลูกค้าใกล้ชิด

by roung @February,08 2010 10.23 ( IP : 118...41 ) | Tags : ข่าวด่วน

โตโยต้าพลิกกลยุทธ์เดินหน้าเชิงรุก หลังถูกวิจารณ์หนัก หวั่นคู่แข่งถล่มซ้ำ-เป้าสร้างยอดขายพรีอุสล้านคันสะดุด ระบุเที่ยวนี้เสียหายหนักถึง 2 พันล้านดอลลาร์ "บลูมเบิร์ก" ฟันธงมูลค่าตลาดหายไป 21 พันล้านดอลลาร์ หุ้นรูดต่ำสุดในรอบ 2 เดือน ด้านโตโยต้าไทยแลนด์สั่งดีลเลอร์ดูแลลูกค้าใกล้ชิด

คำอธิบายภาพ : images1ผลกระทบจากการเรียกคืนรถโตโยต้า 8 รุ่นที่พบข้อบกพร่องคันเร่งคืนตัวช้า และการร้องเรียนคุณภาพเบรกโตโยต้าพรีอุสไม่ได้คุณภาพ ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้ โตโยต้ายักษ์ใหญ่เบอร์หนึ่งของโลกต้องออกมาดำเนินนโยบายเชิงรุกมากขึ้น ทั้งแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ และใช้สื่อเพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้าตัวเองมากขึ้น ความพยายามนี้มีขึ้นเมื่อโตโยต้าถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าไม่ดำเนินการในเชิงรุกมากพอ โดยเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ นายอากิโอะ โตโยดะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ)

บริษัท โตโยต้ามอเตอร์ ประเทศญี่ปุ่น จัดแถลงข่าวเป็นครั้งแรก นับจากมีการเรียกคืนรถลอตใหญ่ตั้งแต่เดือนมกราคม ซึ่งแถลงร่วมกับนายชินอิจิ ซาซากิ ที่ดูแลเรื่องคุณภาพของโตโยต้า ขณะที่ "จิม เลนต์ส" ประธานฝ่ายขายของโตโยต้าในสหรัฐ ก็เตรียมปรากฏตัวในรายการ "ทูเดย์" ของช่องเอ็นบีซี เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ลูกค้า

เสียหาย 2 ล้านดอลลาร์

แหล่งข่าวจากโตโยต้าเปิดเผยว่า การเรียกคืนรถลอตใหญ่กว่า 5 ล้านคัน ทั้งในสหรัฐ ยุโรป และจีน บริษัทประเมินต้นทุนเบื้องต้นจากการเรียกคืนเพื่อซ่อมแซมจากกรณีนี้ไว้ราว 2 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่ยอดขายในเดือนมกราคมลดลง 16%

โดย "บลูมเบิร์ก" รายงานว่า ความเสียหายจากการที่โตโยต้าเรียกคืนรถรวมกว่า 5.4 ล้านคัน ทำให้หุ้นของบริษัทตกลงถึง 14% ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลให้มูลค่าตลาดหายไป 21 พันล้านดอลลาร์ โดย ณ วันที่ 4 กุมภาพันธ์ หุ้นโตโยต้าลดลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 2 เดือนที่ 3,450 เยน

แถมปัญหายังไม่จบแค่นั้น ล่าสุดสื่อญี่ปุ่นรายงานว่า บริษัทอาจจะต้องเรียกคืนรถไฮบริดยอดนิยม "พรีอุส" ราว 270,000 คัน หลังพบข้อร้องเรียนเกี่ยวกับปัญหาระบบเบรกทั้งในสหรัฐและญี่ปุ่นร่วม 200 กรณี และเรื่องนี้ก็ทำให้โตโยต้าต้องตรวจสอบระบบเบรกของรถไฮบริดในรถรุ่นอื่นที่อาจมีปัญหาคล้ายกัน โดยกำลังตรวจสอบระบบเบรกในรถไฮบริด "เลกซัส HS250h" ที่วางขายในสหรัฐและญี่ปุ่น เพราะใช้ระบบเบรกแบบเดียวกัน

ปัญหาที่เกิดขึ้นกับรถไฮบริดยิ่งซ้ำเติมสถานการณ์ของโตโยต้าที่สร้างชื่อจากเรื่องคุณภาพและความไว้วางใจให้หนักหนา ยิ่งขึ้น เพราะรถไฮบริดเป็นความหวังของ โตโยต้าและค่ายรถอื่น ๆ ที่พยายามปรับจากรถใช้น้ำมันแบบเดิม ๆ ไปผลิตรถที่ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ขณะที่ "ไฟแนนเชียล ไทม์ส" ตั้งข้อสังเกตว่า ข้อบกพร่องในเรื่องระบบเบรกของรถไฮบริดพรีอุสอาจทำให้ผู้ซื้อต้องคิดรอบคอบมากขึ้น ไม่เพียงแค่แบรนด์พรีอุส แต่อาจรวมถึงรถไฮบริดอื่น ๆ ด้วย เพราะระบบเบรกเป็นส่วนสำคัญในเทคโนโลยีที่ใช้ในรถไฮบริด

ทั้งนี้ ปัญหาระบบเบรกในรถไฮบริดเกิดขึ้นในช่วงจังหวะที่มีการเปลี่ยนระบบเบรกจากแบบใหม่ ไปใช้ระบบเบรกไฮดรอลิกแบบเดิม ซึ่งอาจทำให้เกิดภาวะหยุดทำงานเป็นเวลาสั้น ๆ ทำให้สูญเสียการควบคุมเบรกชั่วคราว

เป้าพรีอุสล้านคันสะดุด

ปัจจุบัน พรีอุสครองตำแหน่งรถไฮบริดที่ขายดีที่สุดในโลก โดยยอดขายทั่วโลกเพิ่มขึ้น 41% ในปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 404,000 คัน นอกจากนี้ พรีอุสยังมียอดขายนำหน้ารถรุ่นอื่น ๆ ของโตโยต้าในญี่ปุ่น และบริษัท ตั้งเป้าที่จะเพิ่มการผลิตรถไฮบริดเป็น 1 ล้านคันในปีหน้า

"สเตฟานี บรินเลย์" นักวิเคราะห์จากบริษัทที่ปรึกษา "ออโต้แปซิฟิก" ระบุว่า โตโยต้าแขวนภาพลักษณ์ของตัวเองไว้กับพรีอุสค่อนข้างมาก และนี่อาจส่งผลต่อผู้ที่คิดจะซื้อรถไฮบริด

ส่วน "ไทม์" ระบุว่า ก้าวที่พลาดของโตโยต้า เป็นเพราะบริษัทหันมาเน้นปริมาณมากกว่าคุณภาพ เพราะต้องการก้าวขึ้นเป็นค่ายรถอันดับ 1 ของโลก ซึ่ง "สตีเวน สเปียร์" ผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันเอ็มไอที มองว่า หากคุณภาพเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรก บริษัทก็จะดำเนินการอย่างหนึ่ง แต่ถ้าส่วนแบ่งตลาดเป็นเป้าหมายหลัก ก็จะทำต่างออกไป ตอนนี้แม้โตโยต้าจะแซง "จีเอ็ม" ขึ้นเป็นเบอร์ 1 ได้สำเร็จ แต่ชื่อเสียงกลับวูบลง ซึ่งต้องใช้เวลา กว่าจะกู้ชื่อเสียงกลับมา

หวั่นเกมตลาดถล่มไม่หยุด

แหล่งข่าวผู้เชี่ยวชาญด้านอุตสาหกรรม ยานยนต์เปิดเผยว่า ผลกระทบที่ถาโถมเข้าใส่โตโยต้าครั้งนี้ มองได้สองมุม มุมแรก เป็นความบกพร่องของการผลิตจริง โดยเฉพาะเคสคันเร่งไม่คืนตัวของรถยนต์ทั้ง 8 รุ่น จนต้องเรียกรถเข้ามาปรับปรุง แต่กรณีข้อร้องเรียนพรีอุสไฮบริด เกี่ยวกับระยะเบรกที่ยาวกว่าปกตินั้น เป็นเพียงแค่การตั้งข้อสังเกต ซึ่งเรื่องนี้วิศวกรของโตโยต้าร่วมกับกระทรวงคมนาคมในญี่ปุ่นกำลังดำเนินการตรวจสอบ ซึ่งหลายคนมองว่า กรณีหลังนี้ยังไม่กระทบภาพลักษณ์โดยตรง เพราะยังไม่ได้เรียกรถคืนเข้า ศูนย์บริการเพื่อปรับปรุง

แหล่งข่าวกล่าวอีกว่า ส่วนอีกมุมหนึ่งที่ไม่ควรละเลย ก็คือเกมการตลาด ยิ่งการแข่งขันรุนแรง เวลาคู่แข่งรายหนึ่งรายใด เพลี่ยงพล้ำ ก็มักจะโดนถล่ม หมัดสองหมัดสามได้ตลอดเวลา

โตโยต้าเพิ่งก้าวข้ามคู่แข่งรายอื่น ๆ ขึ้นเป็นผู้นำในตลาด ดังนั้น โอกาสที่จะถูกโจมตี ก็มีความเป็นไปได้สูง แต่อย่างไรก็ตาม ปัญหานี้ ผู้บริหารโตโยต้าต้องใช้ความเร่งด่วนในการแก้ปัญหา ทั้งการปรับปรุงรถให้ดีขึ้น และภาพลักษณ์ที่ตกต่ำลงทุกวัน สำหรับตลาดในประเทศไทย เชื่อได้เลยว่าจะไม่ส่งผลกระทบ เพราะไม่มีรถที่เรียกคืน แต่ก็คงเหนื่อยขึ้น ขณะที่รถยนต์ไฮบริดอาจมีลูกค้าตั้งแง่บ้าง แต่เชื่อว่า โตโยต้าน่าจะอธิบายได้

สั่งดีลเลอร์ดูแลใกล้ชิด

แหล่งข่าวระดับบริหารจากบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เปิดเผยว่า การตรวจสอบกรณีปัญหาเบรกพรีอุสไฮบริด บริษัทแม่ที่ญี่ปุ่นกำลังตรวจสอบข้อเท็จจริง ประเด็นเบรกแข็ง ดีเลย์ไป 1-2 วินาที และระยะเบรกยาวขึ้น 5 เมตร นั้นมีปัจจัยที่เข้ามาเกี่ยวข้องเยอะ โดยเฉพาะสภาพถนนที่ผิวไม่เรียบ มีหลุ่มบ่อ จะมีผลต่อการทำงานของระบบเบรกเอบีเอส ซึ่งทั้งหมดน่าจะได้ข้อสรุปเร็ว ๆ นี้

ส่วนโตโยต้าไทยแลนด์ตอนนี้ก็พยายามติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด และรอคำสั่งจากบริษัทแม่ ซึ่งที่ผ่านมาได้ประสานไปทาง ดีลเลอร์เพื่อให้อธิบายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับลูกค้าอย่างละเอียด

นายมนตรี ภู่พิชญาพันธ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พิธานพาณิชย์ จำกัด ดีลเลอร์โตโยต้าหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เผยว่า ข่าวเรียกคืนรถยนต์ โตโยต้าทั่วโลกนั้น ขณะนี้ยังไม่มีผลกระทบต่อลูกค้าทางภาคใต้ เนื่องจากชิ้นส่วนที่เป็นปัญหานั้นอยู่คนละโซนกัน และประเทศไทยใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศถึง 90% ซึ่งไม่เกี่ยวกับผู้ผลิตชิ้นส่วนต่างประเทศที่เป็นปัญหา

"มีลูกค้าสอบถามมาบ้าง เราก็ชี้แจงอธิบายไป ซึ่งลูกค้าก็เข้าใจและไม่ติดใจ ยังคงซื้อรถตามปกติ โดยเฉพาะรถยนต์ คัมรี่ไฮบริด เรายังมียอดจองเดือนละประมาณ 10 คัน ส่วนวีออสมียอดจองเดือนละประมาณ 70-80 คัน ลูกค้าก็รอรับรถตามปกติ" นายมนตรีกล่าว

แหล่งข่าวฝ่ายบริหารโตโยต้าล้านนา ตัวแทนจำหน่ายใน จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า อยากให้บริษัทแม่มีนโยบายแก้ปัญหาเชิงรุก เช่น ประกาศให้ลูกค้าที่กังวลนำรถมาตรวจสอบได้ โดยบริษัทแม่สนับสนุนค่าใช้จ่าย เพราะคำชี้แจงเรื่องการใช้อะไหล่คนละส่วนกับรถที่เกิดปัญหาในต่างประเทศ สามารถแก้ไขได้ระยะหนึ่งเท่านั้น เมื่อยังคงมีข่าว ต่อเนื่อง ความกังวลของลูกค้าก็คุกรุ่นขึ้นอีก หากไม่แก้ไขปัญหาให้ลุล่วง เชื่อว่ายอดขายปีนี้จะลดลง หรืออย่างดีที่สุดคือ ไม่ขยายตัวมากกว่าปีที่ผ่านมา

ที่มา : ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ วันที่ 8 มกราคม 2553

หัวข้อที่เกี่ยวข้อง

แสดงความคิดเห็น

« 3558
หากท่านไม่ได้เป็นสมาชิก ท่านจำเป็นต้องป้อนตัวอักษรของ Anti-spam word ในช่องข้างบนให้ถูกต้อง
The content of this field is kept private and will not be shown publicly. This mail use for contact via email when someone want to contact you.
Bold Italic Underline Left Center Right Ordered List Bulleted List Horizontal Rule Page break Hyperlink Text Color :) Quote
คำแนะนำ : เนื่องจากได้มีการเปลี่ยนแปลงวิธีการขึ้นบรรทัดใหม่ ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้
  • วิธีการขึ้นบรรทัดใหม่โดยไม่เว้นช่องว่างระหว่างบรรทัด ให้เคาะเว้นวรรค (Space bar) ที่ท้ายบรรทัดจำนวนหนึ่งครั้ง
  • วิธีการขึ้นย่อหน้าใหม่ซึ่งจะมีการเว้นช่องว่างห่างจากบรรทัดด้านบนเล็กน้อย ให้เคาะ Enter จำนวน 2 ครั้ง