ข่าวด่วน
เฝ้าระวังการปนเปื้อนของพืช จีเอ็มโอ ในพื้นที่เกษตร
พบพืชจีเอ็มโอกระจายในประเทศไทย ล่าสุดคือถั่วเหลือง สสส.ผนึกภาคีเรียกร้องรัฐบาลเร่งตรวจสอบหาทางสกัดกั้นด่วน ก่อนกระทบผลผลิตส่งออกเกษตรกรไทย หลังเปิดตลาดการค้าเสรีอาฟตา
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ มูลนิธิชีววิถี (BIOTHAI) และเครือข่ายวิชาการคุ้มครองทรัพยากรชีวภาพ ออกมาเปิดเผยถึงการตรวจสอบการแพร่กระจายของพืชจีเอ็มโอในประเทศไทย พบตัวอย่างพืชจีเอ็มโอ 5 ชนิด ได้แก่ ฝ้าย ข้าวโพด ถั่วเหลือง มะละกอ และพริก รวม 17 ตัวอย่าง ปนเปื้อนในพื้นที่เกษตรกรรม โดยพบการปนเปื้อนของถั่วเหลืองที่ถูกตัดต่อทางพันธุกรรมรายใหม่ ซึ่งพ้องกับสถานการณ์การผลิตถั่วเหลืองและตลาดถั่วเหลืองในประเทศไทย ที่มีผลผลิตออกสู่ตลาดไทยและเทศลดน้อยลง ยังผลให้ราคาลดลงจากปี 2550-2552 จากราคา 15.12 บาท เป็น 13.87 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งกลุ่มนักวิชาการหวั่นบริษัทข้ามชาติและผู้สนับสนุนพืชจีเอ็มโอผลักดัน ให้มีการปลูกพืชจีเอ็มโอเชิงพาณิชย์ และการเปิดการค้าตลาดเสรีอาฟตาจะส่งผลกระทบต่อเกษตรกร ผู้บริโภค และการส่งออกของประเทศ
ผศ.ดร.ปิยะศักดิ์ ชอุ่มพฤกษ์ ผู้อำนวยการห้องปฏิบัติการ ทรานสเจนิคเทคโนโลยีในพืชและไบโอเซ็นเซอร์ ภาควิชาพฤกษศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2551 ถึงกรกฎาคม 2552 ห้องปฏิบัติการได้ตรวจสอบตัวอย่างพืช จำนวน 768 ตัวอย่าง จากพืช 9 ชนิด คือ ข้าวโพด ข้าว มะละกอ ถั่วเหลือง พริก สับปะรด ฝ้าย มะเขือเทศ และทานตะวัน พบพืชดัดแปลงพันธุกรรมจำนวน 17 ตัวอย่าง โดยพบข้าวโพดดัดแปลงพันธุกรรมในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ 3 ตัวอย่าง จังหวัดพิษณุโลก 3 ตัวอย่าง จังหวัดแพร่ พระนครศรีอยุธยา และสระบุรี จังหวัดละ 1 ตัวอย่าง พบมะละกอดัดแปลงพันธุกรรมในจังหวัดกาญจนบุรี 2 ตัวอย่าง และนครสวรรค์ 1 ตัวอย่าง พบพริกดัดแปลงพันธุกรรมในจังหวัดเชียงใหม่ 1 ตัวอย่าง และพบฝ้ายดัดแปลงพันธุกรรม 1 ตัวอย่างในจังหวัดลพบุรี โดยพบการปนเปื้อนของถั่วเหลืองที่ถูกตัดต่อทางพันธุกรรมเป็นครั้งแรก
ด้าน รศ.ดร.สุรวิช วรรณไกรโรจน์ อาจารย์ประจำคณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า จากการประมวลและวิเคราะห์ผล สาเหตุการปนเปื้อนทางพันธุกรรมดังกล่าวอาจเกิดขึ้นจากการหลุดรอดจากแปลง ทดลอง จากการอนุญาตให้มีการทดลองเมื่อหลายปีที่ผ่านมา การหลุดรอดจากการนำเข้ามาในรูปผลผลิตเพื่อแปรรูปและอื่นๆ และต่อมาหลุดรอดออกไปปลูกในพื้นที่เกษตร หรืออาจเกิดจากความจงใจของบริษัทเมล็ดพันธุ์ หรือบางกลุ่มที่จะได้ประโยชน์ในกรณีที่ประเทศเปิดโอกาสให้มีการปลูกพืชจี เอ็มโอก็ได้
"รัฐบาลต้องรีบดำเนินการให้มีกระบวนการติดตาม ตรวจสอบ และสอบสวนเพิ่มเติม เพื่อหาข้อสรุปที่แท้จริงว่าสาเหตุของการปนเปื้อนทางพันธุกรรมเกิดขึ้นจาก เหตุใด" รศ.ดร.สุรวิชกล่าว
นางชมชวน บุญระหงษ์ สถาบันชุมชนเกษตรกรรมยั่งยืน เชียงใหม่ กล่าวว่า การพบพืชดัดแปลงพันธุกรรม จะส่งผลกระทบต่อสิทธิเกษตรกรและความมั่นคงทางด้านอาหารของชุมชน รวมทั้งกระทบต่อระบบนิเวศและพันธุกรรมพื้นบ้าน เนื่องจากพืชเหล่านี้เป็นสิ่งแปลกปลอม มีศักยภาพในการปนเปื้อนสูง ขณะเดียวกันก็มีผลกระทบการส่งออกพืชอาหารทั้ง 4 ชนิด คือ ข้าวโพด ถั่วเหลือง มะละกอ และพริก เพราะเป็นพืชอาหารที่อยู่ในส่วนผสมของผลิตภัณฑ์อาหารเป็นจำนวนมาก สถาบันขอเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการทุกวิถีทางเพื่อขจัดการปนเปื้อนทาง พันธุกรรม และประกาศให้ประเทศไทยเป็นแหล่งการผลิตปลอดจีเอ็มโอและอาหารปลอดภัย ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อเกษตรกร ผู้ประกอบการ ทั้งที่ส่งออกผลผลิตทางการเกษตรทั่วไปและผลิตภัณฑ์จากเกษตรกรรมอินทรีย์
นายวิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ ผู้อำนวยการมูลนิธิชีววิถี หรือไบโอไทย ภายใต้การสนับสนุนจาก สสส. กล่าวว่า ได้ประสานงานและได้จัดส่งข้อมูลเกี่ยวกับผลการตรวจสอบดังกล่าวกับนายนิกร จำนง ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และนายภูมิสรรค์ เสนีวงศ์ ณ อยุธยา เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยไบโอไทย เครือข่ายวิชาการ และองค์กรต่างๆ จะให้การสนับสนุนรัฐบาลอย่างเต็มที่ เพื่อตรวจสอบ ติดตาม และขจัดปัญหาการปนเปื้อนทางพันธุกรรมให้หมดสิ้นไปโดยเร็ว
เขียนโดย นายนกกระจอก จอมขุดข่าว วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2553

การประชุมอบรมเสริมศักยภาพอาสาสมัครคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคจังหวัดสงขลา
องค์การอิสระผู้บริโภค
กฎหมาย / นโยบาย
ข่าวสารโลกร้อน
Food Alert System for Thai Consumers
Slow Food บริโภคอย่างยั่งยืน
รถโดยสารสาธารณะ
