บทความ
โอนบ้าน ก๊อกสุดท้าย..
นอกจากจะเป็นมติ ครม.ที่ชัดเจนแล้ว ยังมีเสียงย้ำจากปากขุนคลัง ว่ารัฐบาลจะไม่ต่ออายุมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์อย่างแน่นอน..
ฟังจากเหตุผลของคุณกรณ์ จาติกวณิช ที่ชี้ให้เห็นว่า ที่ผ่านมาแม้ไม่มีมาตรการกระตุ้น แต่ความต้องการซื้อบ้านก็ยังมีอยู่อย่างต่อเนื่อง สิ่งที่มาตรการนี้ทำให้เกิดขึ้นก็คือ มีการเร่งซื้อ เร่งทำสัญญา เร่งโอนเร็วขึ้นเท่านั้นเอง..
ขณะที่ภาพรวมเศรษฐกิจในต้นปีเสือนี้ ก็เริ่มมีสัญญาณฟื้นตัวให้เห็นมากขึ้น จนมีคำถามว่ารัฐบาลควรจะถอนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เช่น โครงการไทยเข้มแข็ง ได้หรือยัง..
อย่างไรก็ตาม บรรดากูรูด้านเศรษฐศาสตร์หลายท่านเคยเตือนไว้ก่อนหน้านี้ ว่าโจทย์ใหญ่ที่รัฐบาลจะต้องระมัดระวังเป็นพิเศษก็คือ การเลือกจังหวะเวลาที่จะยุติ หรือถอนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจให้เหมาะสม
หากดำเนินมาตรการกระตุ้นมากเกินไป ปัญหาเงินเฟ้อและภาวะฟองสบู่ก็จะตามมา แต่หากยกเลิกเร็วเกินไป เศรษฐกิจก็จะฟุบยาว..ววว...
เชื่อว่ามือระดับ ขุนคลัง (ที่ระดับความสูงกว่า 190 เซนติเมตร) ท่านต้องทราบเรื่องนี้ดี และดำเนินนโยบายอย่างระมัดระวังอยู่แล้ว..
ดูจากภาพรวมธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในปี 2552 ที่ผ่านมา ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บริษัทเอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส (AREA) รายงานว่า สถานการณ์ถือว่าทรง ๆ เพราะแม้จะมีโครงการเปิดขายประมาณ 57,600 หน่วย ลดลงจากปี 2551 ถึง 15%
แต่มูลค่าโครงการรวมกันยังสูงถึงเกือบ 183,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นระดับที่ทรงตัวต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2549
ทั้งนี้ เพราะราคาบ้านใหม่เฉลี่ยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากระดับ 2.289 ล้านบาทในปี 2550 มาเป็น 2.718 ล้านบาท ในปี 2551 และขึ้นไปถึง 3.177 ล้านบาทในปี 2552
AREA ประเมินว่าปี 2553 นี้ ไม่ว่าจะต่ออายุมาตรการกระตุ้นอสังหาฯ หรือไม่ ตลาดที่อยู่อาศัยก็จะยังไม่หดตัวลงแต่อย่างใด..
ประเด็นที่น่าจับตามองก็คือ หลังมาตรการหมดอายุลง ราคาบ้านจะเปลี่ยนแปลงไปในทางใด หรือไม่..?
มองในแง่ตรรกะพื้นฐาน กรณีของบ้านใหม่ ราคาคงจะไม่เกี่ยวข้องกับปัจจัยนี้แต่อย่างใด และแนวโน้มราคาก็ยังน่าจะปรับขึ้นต่อเนื่องเหมือนช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อราคาวัสดุก่อสร้างเริ่มแพงขึ้นตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ
ส่วนกรณีของบ้านมือสอง นอกจากราคาจะปรับขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจเช่นเดียวกันแล้ว ยังอาจเป็นไปได้ที่ผู้ขายจะปรับราคาขึ้นทันที เพื่อชดเชยกับค่าธรรมเนียมการโอน และภาษีธุรกิจเฉพาะที่ตัวเองจะต้องจ่ายมากขึ้นด้วย..
ที่เขียนมาทั้งหมดนี้ ก็เพียงเพื่อจะโยงเข้าหาสองประเด็นเท่านั้น..
หนึ่งคือ ผู้ซื้อบ้าน ที่แม้จะต้องพยายามเร่งโอนให้ทันก่อนวันที่ 26 มีนาคม แต่ก็ต้องไม่ลืมตรวจดูสภาพบ้านให้เรียบร้อยก่อนเซ็นรับ
อย่าปล่อยให้ผู้ประกอบการฉวยโอกาส เร่งส่งงานข้างนอกสุกใส ข้างในต๊ะติ๊งโหน่ง เพราะหากตรวจเจอต้องไปตามแก้ภายหลัง มักจะมีปัญหายุ่งยากมากมาย..
สอง เป็นประเด็นส่วนตัวของ คุณนายทอม เอง ไม่เกี่ยวกับชาวบ้าน เพียงแต่คิดถึงเพื่อนคนหนึ่ง เพิ่งย้ายจากสำนักงานที่ดินแถว ๆ ชานเมือง กทม. ไปกินตำแหน่งใหญ่โตขึ้นที่อำเภอไกลปืนเที่ยงแถวชายขอบภาคอีสาน
วันก่อนเพิ่งคุยกันว่า ภรรยา โทร.ไปหา ถามว่า พี่กำลังทำอะไรอยู่..
ได้คำตอบกลับมาว่า กำลังนั่งมองพัดลม (ที่ไม่มีตะแกรงหน้า) เพราะตั้งแต่เช้ามายังไม่มีลูกค้าเลยสักคน เป็นอย่างนี้มาตั้งแต่ย้ายมาอยู่ที่นี่เกือบเดือนแล้ว..!
เฮ้อ.. ไม่รู้จะสงสารเจ้าหน้าที่ที่ดินใน กทม. หรือที่โน่นดี.
------------------------------------
รู้ไว้เป็นข้อมูล : มาตรการอสังหาฯ จะสิ้นสุด 26 มีนาคม 2553
1. ลดค่าธรรมเนียมการโอน จากอัตราปกติ 2% เหลือ 0.01%
2. ลดค่าจดจำนองกับธนาคาร จาก 2% เหลือ 0.01% เช่นกัน
3. ลดภาษีธุรกิจเฉพาะ จาก 3.3% เหลือ 0.11%
กรณีซื้อบ้านราคา 1 ล้านบาท โดยกู้เงินธนาคารมา 100% ของราคาบ้าน ก็จะประหยัดค่าโอนและค่าจดจำนองได้ถึงเกือบ 40,000 บาท
ที่มา : เดลินิวส์ วันที่ 2 มีนาคม 2553

การประชุมอบรมเสริมศักยภาพอาสาสมัครคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคจังหวัดสงขลา
องค์การอิสระผู้บริโภค
กฎหมาย / นโยบาย
ข่าวสารโลกร้อน
Food Alert System for Thai Consumers
Slow Food บริโภคอย่างยั่งยืน
รถโดยสารสาธารณะ
