โครงการบริโภคเพื่อชีวิต สงขลา

กิจกรรม

เวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และประสบการณ์ ด้านพลังงานและการคุ้มครองผู้บริโภคภาคใต้ เรื่อง "องค์การอิสระผู้บริโภค ก้าวใหม่ภาคประชาชน"

by roung @March,04 2010 11.10 ( IP : 113...231 ) | Tags : กิจกรรม
  • photo sdc19050_resize.jpg , 600x400 pixel , 91,809 bytes.
  • photo sdc19056_resize.jpg , 600x400 pixel , 104,411 bytes.

เครือข่ายองค์กรผู้บริโภคภาคใต้ร่วมกับคณะอนุกรรมาธิการเสริมสร้างธรรมภิบาล วุฒิสภา และมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค  จัดเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และประสบการณ์ ด้านพลังงานและการคุ้มครองผู้บริโภค ภาคใต้ เพื่อระดมความคิดเห็นของผู้บริโภค และสร้างกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่องเกี่ยวกับประเด็นปัญหาต่างของผู้บริโภคในภาคใต้  รวมทั้งความคืบหน้าองค์การอิสระผู้บริโภคตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๑

โดยมีการจัดเวที แลกเปลี่ยนความคิดเห็น เรื่อง “องค์การอิสระผู้บริโภค ก้าวใหม่ภาคประชาชน” ใน วันเสาร์ที่  ๒๐  กุมภาพันธ์    พ.ศ.๒๕๕๓  เวลา  ๐๘.๓๐ – ๑๖.๓๐ น. ณ ประชุมโรงแรมเดอะรีเจนซี่หาดใหญ่  อ.หาดใหญ่  จ.สงขลา มีผู้เข้าร่วมกว่า 200 คน จาก 12 จังหวัด คือ ภูเก็ต พังงา กระบี่ สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรม พัทลุง ตรัง ปัตตานี ยะลา นราธิวาส สตูล และสงขลา

เวลา ๐๙.๕๕ น. เสวนา องค์การเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค ที่เป็นอิสระจากหน่วยงานของรัฐ เกี่ยวข้องอย่างไรกับประชาชน มีผู้ร่วมเสวนาโดย นางสาวรสนา โตสิตระกูล สมาชิกวุฒิสภากรุงเทพมหานคร รศ.ดร.จิราภรณ์ ลิ้มปนานนท์ กรรมการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค นายแพทย์ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา ผอ.สบท. และนางสาวสารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ดำเนินรายการโดย ภญ.ชโลม เกตุจินดา ที่ปรึกษาเครือข่ายองค์กรผู้บริโภคภาคใต้

พลังงานไทย เพื่อใคร  โดย รสนา โตสิตระกูล

เครือข่ายองค์กรผู้บริโภคต้องการมีองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค ผู้บริโภคทุกคนมีสิทธิ ธุรกิจพลังงานเป็นแหล่งประโยชน์มหาศาลที่ผู้บริโภคไม่รู้  ประเทศไทยมีพลังงานอยู่ในอันดับที่ ๓๓ ของโลก  ในส่วนของก๊าซไทยผลิตได้อันดับที่ ๒๗ ของโลก  แต่ที่ประเทศไทยผลิตได้น้อยและมีราคาแพงเนื่องจากเกี่ยวพันกับเรื่องของการเมือง  รัฐจะเก็บเงินเข้ากองทุนลิตรละ ๗ บาท  การชดเชยใช้LPGและNGVไม่เป็นธรรมเนื่องจากประเทศไทยมีแหล่งก๊าซธรรมชาติอยู่มาก  โรงแยกก๊าซในไทยมีมาก ๑,๐๐๐กว่าโรงแต่ไม่สามารถแยกก๊าซได้ทั้งหมด รัฐไม่มีแรงจูงใจในการผลิต จึงต้องนำเข้าจากต่างประเทศ

ประชาชนไทยจึงต้องจ่ายเงินเพิ่ม  ปตท.สผ ได้กำไรจำนวนมากในแต่ละปีในปี ๕๑ ได้กำไร ๕๗% นั่นหมายความว่า ลงทุน ๑๐๐ บาทได้กำไร ๕๗ บาท  หากประเทศไทยใช้อัตราเดียวกับโบลิเวียและคาคัคสถานจะได้กำไรปีละแสนล้านบาท  แหล่งน้ำมันภาคใต้เป็นแหล่งน้ำมันเกรดดีที่สุดในโลก และประเทศไทยส่งน้ำมันดิบไปขายต่างประเทศได้ราคา ๕๖,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งเราส่งของดีไปขายคนอื่นและของไม่ดียังอยู่ในประเทศไทย ทำให้ในประเทศไทยมีปัญหามลพิษอยู่จำนวนมาก รัฐสนับสนุนให้มีการแปรรูปพลังงานคือภายใน ๑ ปีจะให้มีการแยกการบริหารจัดการ หลังจาก ๑ ปี มูลค่าของปตท.หลังการแปรรูปมีมูลค่าเพิ่มที่ลดลง  ส่วนที่เพิ่มคือ การคิดค่าFT ซึ่งจะเก็บเงินเพิ่มจากประชากรในประเทศ การแปรรูปเป็นวิธีการฉกฉวยผลประโยชน์จากประเทศอย่างมหาศาล  บริษัทปตท.ซื้อหุ้นได้ในราคาอุปถัมภ์ และแบ่งผลประโยชน์ให้กับกรรมการผู้ถือหุ้น

ซึ่งเป็นการแบ่งปันผลประโยชน์ให้กับนายทุนอย่างมหาศาล ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้เห็นว่าประชาชนถูกเอาเปรียบอย่างไรบ้าง เป็นสิ่งที่ผู้บริโภคไม่รู้สึกได้รับผลกระทบมากเพราะสถานการณ์หรือกระบวนการเคลื่อนไปอย่างเงียบๆ แต่มีผลกระทบในระยะยาว  การลดราคาน้ำมันไม่สามารถลดลงอย่างรวดเร็วได้ เนื่องจากรัฐอ้างว่าประชาชนรับไม่ได้ เพราะว่าโครงสร้างราคาน้ำมันเป็นการนำเข้าจากประเทศสิงคโปร์  ซึ่งหากลดราคาน้ำมันลงลิตรละ๒ บาทและตัดเงินกองทุนลงลิตรละ ๗ บาท คาดว่าสินค้าอื่นๆ จากไทยจะลดลงอย่างมาก แต่เนื่องจากประชากรไม่รู้ข้อมูลเรื่องเหล่านี้ ซึ่งในความเป็นจริงเป็นสิ่งที่ประชาชนไทยทุกคนต้องรู้ และลุกขึ้นมาคัดค้านรัฐบาลด้วยเนื่องจากรัฐบาลรับปากว่าจะยกเลิกกองทุนน้ำมันภายใน ๙๙ วัน

หากมีการสนับสนุนองค์กรอิสระจะมีองค์กรที่ร่วมต่อสู้กับภาคประชาชนอย่างเห็นเป็นรูปธรรมมากขึ้น

ประเด็นยาและสุขภาพ  โดย รศ.ดร.จิราภรณ์ ลิ้มปนานนท์

การเปลี่ยนแปลงของประเทศนั่นเกิดจากคนตัวเล็กตัวน้อย ซึ่งจำเป็นต้องมีความรู้ในการขับเคลื่อน เราเลือกเรื่องการขับเคลื่อนที่เป็นเรื่องที่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ในระดับมหภาค  กลไกสำคัญจากประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาเราทำไปเท่าที่เราจะมีแรง กลไกที่สำคัญอย่างหนึ่งคือ ศาลรัฐธรรมนูญ  ในเรื่องของยาและสุขภาพนั่นมีมาก

แต่มีเรื่องที่ต้องการการเปลี่ยนแปลงในระดับมหภาค เรื่องแรกคือ ความรู้ความเข้าใจ ซึ่งเป็นสิทธิของเรา อย่าเชื่อการโฆษณาเนื่องจากโลกปัจจุบันเป็นโลกของทุนนิยมทุกอย่างคือธุรกิจ ในประเด็นเรื่องยาคือการส่งเสริมการขายยา  เราต้องรู้จักที่จะปกป้องตัวเองไม่ว่าจะเป็นยาหรืออาหาร เวลากินต้องสังเกตให้ได้ว่ามีสิ่งผิดปกติหรือไม่อย่าใช้เรื่องของความเชื่อเป็นตัวนำ

กระบวนการการออกขายยาของประเทศไทยนั่นยังไม่เข้มแข็งพอ เนื่องจากไม่มีการเปรียบเทียบความคุ้มค่าของประสิทธิภาพ ขาดการบอกข้อมูลโครงสร้างของราคายา สิ่งที่ต้องทำให้เกิดการเรียกร้องคือ การทำสัญลักษณ์ของยาที่เป็นยาอันตราย หากระบบดีจะช่วยกลั่นกรองให้ประชาชน เราจะถูกหลอกน้อยลง อุตสาหกรรมการนำเข้าของธุรกิจยานั่น เป็นธุรกิจที่ใหญ่  ยาสามัญคือ ยาที่ไม่มีสิทธิผูกขาดภายใต้สิทธิบัตร หากเป็นยานอกเม็ดละ ๑๐๐ บาท แต่หากเป็นยาในเม็ดละ ๒๐ บาท หากเราไม่รู้เราจะได้กินยาราคาแพง ปัจจุบันยาสามัญเป็นยาที่ถูกควบคุมโดยอย.

เราต้องดูคุณภาพของยาและมีการประเมินด้วยตัวเราเองว่ามีอาการผิดปกติอย่างไรบ้าง ที่ผ่านมาเราไม่รู้ว่ายาไทยดี เพราะเราไม่เคยเปรียบเทียบ อย่าหลงเชื่อยาบริษัทฝรั่ง ข้อพิสูจน์ที่ผ่านมาพบว่าผู้ป่วยติดเชื้อที่มีชีวิตรอดในปัจจุบันกินยาชื่อสามัญ ซึ่งคุณภาพก็ไม่ได้แตกต่างกันมาก ซึ่งสิ่งหนึ่งจะทำให้อุตสาหกรรมในประเทศสามารถอยู่ได้ด้วย  อีกระบบคือ ระบบการบริการสุขภาพ ซึ่งปัจจุบันมีการนำหมอจากต่างประเทศเข้ามา และมีนโยบายผลิตหมอนานาชาติ ซึ่งบ้านเรามีความขาดแคลนหมอเป็นอย่างมาก สิ่งเหล่านี้เป็นธรรมหรือไม่ และหมอมีเจตคติที่ดีในการช่วยเหลือมนุษย์หรือไม่

หากมีการปล่อยให้มีการผลิตหมอแบบนี้มากๆ ระบบบริการด้านการแพทย์จะมีปัญหามากขึ้นอย่างแน่นอน เราต้องช่วยกันเป็นปากเสียง และเรื่องของทรัพย์สินทางปัญญา เรื่องสิทธิบัตรยา การผูกพันกับการเปิดเสรีการค้า ในเรื่องสิทธิบัตรเราเสียค่าโง่มานานแล้ว อุตสาหกรรมการผลิตยาของไทยในอดีตโตได้เนื่องจากการผลิตยาสำเร็จรูปโดยใช้วัตถุดิบในไทยเอง  แต่หากเปิดเสรีการค้า เราจะเสียค่าดโง่โดยบริษัทอุตสาหกรรมยาจากสหรัฐอเมริกาจะควบคุมระบบการผลิตทั้งหมด ตัวอย่างเช่น ยาลดกรดในกระเพาะอาหารซึ่งผลิตในไทยแต่เมื่ออเมริกาผลิตยาลักษณะเดียวกันทำให้อุตสาหกรรมยาไทยหยุดชะงัก นโยบายและกฎหมายที่ไม่เอื้อต่อการพัฒนาจะทำให้เกิดปัญหาตามมา  การใช้สิทธิบัตรยาจะเกิดการผูกขาด ในกฏหมายบอกว่ารัฐสามารถใช้มาตรการในการฟ้องในประเทศได้แต่ต้องเสียค่าใช้สิทธิหรือที่เรียกว่า CL

ซึ่งเมื่อเกิดปัญหาแม้มีการเคลื่อนไหวของภาคประชาชน แต่กลไกไม่แรงพอ ซึ่งจะขึ้นอยู่กับนักการเมือง หากนักการเมืองมีความเข้มแข็งจะทำให้การเคลื่อนไหวความเป็นธรรมของภาคประชาชนเกิดความสำเร็จ  บริษัทยาต่างประเทศมีอำนาจในการจุนเจือนักการเมืองไทยอยู่อย่างมาก  ในปี ๒๕๓๕ มีการแก้กฎหมายการส่งออกยาไปยังสหรัฐอเมริกาซึ่งอเมริกาก็ไม่สามารถดำเนินการใดๆกับไทยได้ในการตัดสินเนื่องจากอ้างไม่ขึ้น ซึ่งเราต้องมีความรู้ที่เท่าทัน สำหรับอีกเรื่องที่สำคัญคือการผูกขาดข้อมูลยาโดยบริษัทยาอเมริกา เมื่อขึ้นทะเบียนยาในประเทศไทยจะควบคุมไม่ให้อย.จดสิทธิบัตร การเจรจาดังกล่าวจะผ่านการเปิดการค้าเสรี (FTA)

แม้ยาจะมีสิทธิบัตรแต่หากยาขายแพง ก็สามารถทำ CL ได้ แต่หากมีการผูกขาดไม่ขึ้นทะเบียนยาก็ไม่สามารถทำ CL ได้ ซึ่งการเปิดการค้าเสรีโดยที่คนไทยไม่รู้เรื่องจะทำให้ประเทศไทยเกิดความล่มสลายได้ อะไรก็ตามที่ต่างประเทศมาเรียกร้องจะเป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์กับประเทศนั้นๆ เราต้องรู้เท่าทัน  ระบบการผูกขาดข้อมูลยาเป็นสิ่งที่น่ากลัวเนื่องจากไม่มีระบบช่วยใดๆเลย  หากประชาชนฉลาดขึ้นสุขภาพก็จะดีขึ้น เราต้องเฝ้าระวังนโยบายต่างๆที่จะมีผลกระทบ ไม่ว่าจะเป็นการเปิดการค้าเสรี ระบบผูกขาดข้อมูลยา เราจะมาช่วยกันขับเคลื่อนได้อย่างไร

โทรติด โทรไม่ติด ก็คิดตังค์ นายแพทย์ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา

ธุรกิจโทรคมนาคมเป็นธุรกิจที่มีกำไรมหาศาล จากการสำรวจผู้บริโภค ๘,๐๐๐ ครัวเรือน มีปัญหาการใช้โทรศัพท์มากมายคือ

 การใช้โทรศัพท์สาธารณะ ซึ่งจากข้อมูล ๖๐ % คนส่วนใหญ่ไม่เคยใช้โทรศัพท์เลย กลุ่มที่ใช้โทรศัพท์สาธารณะมากที่สุดคือ กลุ่มเด็ก/วัยรุ่น ยิ่งเด็กยิ่งใช้ยิ่งอายุมากยิ่งใช้น้อย สถานการณ์ตู้สาธารณะยังไม่เพียงพอต่อการเข้าถึงของประชาชน ปัญหาตู้โทรศัพท์สาธารณะ คือ การกินเหรียญ ตู้เสีย ความสกปรก

 การใช้โทรศัพท์บ้าน ปัญหาคือ การเก็บค่ารักษาเลขหมาย  การเข้าไม่ถึง(คู่สายไม่มี) /คนอยู่ในเมืองมีโอกาสใช้โทรศัพท์บ้านมากกว่าคนชนบท  โทรศัพท์เสีย สายพันกัน

 โทรศัพท์มือถือ จำนวน ๒ % ที่ไม่ใช้  ไม่ว่าจนหรือรวยส่วนใหญ่นิยมใช้มือถือ และส่วนใหญ่มีซิมมากกว่า ๑ เลขหมาย  การใช้มือถือระดับนักเรียนผลปรากฏว่านักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายใช้จำนวนมาก กลุ่มที่เริ่มใช้น้อยลงคือ กลุ่มอายุมากกว่า ๕๐ % ปัญหาการใช้โทรศัพท์มือถือ คือ  เรื่องข้อความรบกวน  ระบบล่ม  สายพันกัน  เครือข่ายไม่ครอบคลุม

 การใช้อินเตอร์เน๊ต ซึ่งในประเทศไทยมีเพียง ๑๓ % ที่ใช้อินเตอร์เน๊ตที่บ้าน  ปัญหาคือ การเข้าถึงการใช้ กลุ่มที่ใช้อินเตอร์เน๊ตมากที่สุดถึง๙๐ % คือ กลุ่มนักเรียน/นักศึกษา ความต้องการของคนไทยคือต้องการใช้อินเตอร์เน๊ตความเร็วสูงแต่มีปัญหาคือ ราคาแพงเกินไป ปัญหาอีกอย่างคือ เครือข่ายล่มและความเร็วช้า

 ระดับการรู้สิทธิและระดับการศึกษาของคนไทย ซึ่งปรากฏว่าคนไทยส่วนใหญ่ไม่ค่อยรู้สิทธิผู้บริโภค ช่องทางการรู้สิทธิของคนไทย ช่องทางที่เข้าถึงมากที่สุดคือ ทีวี รองลงมาคือ คนรู้จัก หนังสือพิมพ์ และวิทยุ สิ่งที่น่าสังเกตคือ ช่องทางการเข้าถึงข้อมูลและสิทธิของคนไทยคือ การรับรู้ข้อมูลจากคนรู้จัก เพราะไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ

 ปัญหาและการร้องเรียน คนไทยไม่นิยมร้องเรียน คนที่รู้สิทธิมากจะร้องเรียนมากกว่าคนที่รู้สิทธิน้อย ปัญหาที่ร้องเรียนมากคือ โทรศัพท์มือถือ อินเตอร์เน๊ต โทรศัพท์บ้าน

 ผู้บริโภคที่ยืนหยัดในการเรียกร้องสิทธิในจำนวน ๕,๐๐๐ คนมีจำนวน ๒๐ คน ที่ยืนหยัดในการเรียกร้องสิทธิอย่างต่อเนื่อง

องค์กรอิสระผู้บริโภค เป็นองค์กรที่แก้ปัญหาที่ต้นทาง สนับสนุนให้คนรู้สิทธิและสร้างเครือข่ายฯให้มากขึ้น องค์กรอิสระเป็นระบบที่ถ่วงดุลระหว่างธุรกิจบริโภคและผู้บริโภค

องค์กรอิสระผู้บริโภคใครกำหนด นางสาวสารี อ๋องสมหวัง

องค์กรอิสระผู้บริโภคอาศัยสิทธิตามมาตร ๕๗ ในรัฐธรรมนูญปี ๔๐ และในรัฐธรรมนูญปี ๕๐ มาตรา ๕๓ ที่กำหนดสิทธิผู้บริโภค องค์กรอิสระผู้บริโภคมีอำนาจและหน้าที่ต่างๆ (ตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง) กฎหมาย ๓ ฉบับคือ ฉบับของรัฐบาล

ฉบับประชาชน และร่างกลางของคณะกรรมการผู้บริโภคและภาคประชาชนเสนอโดยรัฐบาล ร่างกลางต่างจากร่างของภาคประชาชนคือ มติของร่างกลางที่เห็นชอบร่วมกับรัฐบาล คือ นายกรัฐมนตรีเป็นผู้รักษาการ  การให้นายกเข้ามาแทรกแซงแต่อาจเกิดปัญหาในภายหน้า  สิ่งที่ภาคประชาชนได้เปรียบคือ ในเรื่องอำนาจหน้าที่ ในการสนับสนุนให้มีองค์กรผู้บริโภคในระดับจังหวัดจังหวัดละอย่างน้อย ๑ แห่ง หรือทำหน้าที่ร้องเรียนแทนผู้บริโภค  กำหนดให้มีกรรมการสรรหา ได้เพิ่มผู้อำนวยการฯกิจการโทรคมนาคมในร่างดังกล่าว และการสนับสนุนด้านงบประมาณ ทำให้เป็นนโยบายของรัฐบาลคือ ๑๐ บาทในการคุ้มครองผู้บริโภค

กฎหมายภาคประชาชนต้องใช้รัฐบาลอีก ๓ รัฐบาล ซึ่งต้องใช้เวลานาน แต่คุณชัยฯ จะนำเรื่องดังกล่าวไปผลักดันให้เป็นวาระเร่งด่วนในรัฐบาล และปัจจุบันไม่มีความคืบหน้าใดๆ ทางการเมือง จากการตรวจสอบการใช้ระบบ 3G รัฐจะเกิดความเสียหายในด้านรายได้อย่างมากเนื่องจากไม่สามารถเก็บเงินจากบริษัทต่างๆ ได้มากเช่นเดิม การแข่งขันจะไม่เกิดขึ้น เนื่องจากเกิดการผูกขาด  การใช้ระบบ 3G ต้องไม่ทำให้รัฐและประชาชนเกิดความเสียหายและมีการคุ้มครองระบบราคาที่เป็นธรรมต่อผู้บริโภค ทำอย่างไรให้เรื่องดังกล่าวเป็นประเด็นพูดคุยในวงสาธารณะมากขึ้น ประเด็นที่เป็นปัญมากขึ้นคือ บทบาทขององค์กรอิสระในการดำเนินการปัจจุบัน เช่น กรณีปัญหาเรื่องแร่ใยหิน เนื่องจากเป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดมะเร็งเยื่อหุ้มปอด

ขณะนี้ได้ดำเนินการในเรื่องการออกมาตรการฉลากให้มีการควบคุมแร่ใยหินและมีระยะเวลาในการยกเลิก การห้ามนำเข้า การทำลายอาคารต่างๆ ที่ต้องควบคุมไม่ให้เกิดการฟุ้งกระจายของแร่ใยหิน  ปัญหาเรื่องค่าโทลเวย์  ทำอย่างไรให้การดำเนินงานยึดโยงกับผู้บริโภคในการตรวจสอบการดำเนินงานขององค์กรอิสระผู้บริโภคได้ด้วย ข้อเสนอจากประชาชนคือ องค์กรอิสระผู้บริโภคต้องมีบทบาทอำนาจในการช่วยเหลือผู้บริโภคได้จริง ไม่ใช่เสือกระดาษ เป้าหมายสำคัญคือ ต้องทำให้องค์กรอิสระผู้บริโภคเป็นเครื่องมือในการสร้างความเข้มแข็งของผู้บริโภค ทำให้ประชาชนรู้และเข้าถึงสิทธิมากขึ้น ปัญหาการเอาเปรียบลดลง เกิดภูมิคุ้มกันของประชาชน

แลกเปลี่ยน/ข้อเสนอแนะ

๑. เขียนไปรษณียบัตรไปยังรัฐสภา เพื่อเรียกร้องสิทธิในการผลักดันกฎหมายองค์กรอิสระ

๒. ไปพบตัวแทนสส./สว.ในพื้นที่เพื่อสอบถามความคิดเห็นและให้มีการเร่งดำเนินการผลักดันให้เกิดองค์กรอิสระ

๓. ผู้บริโภคส่วนใหญ่ไม่รู้ข้อมูลข่าวสาร และไม่เข้าใจในเรื่องสิทธิหรือผลกระทบของผู้บริโภคทุกเรื่อง ไม่ว่าหากได้รับผลกระทบจะมีการร้องเรียนได้ที่ไหนกับใคร ขั้นตอนกระบวนการดำเนินการเป็นอย่างไรต่อไป(ตัวแทนผู้บริโภคจากจังหวัดกระบี่)

๔. ลักษณะขององค์กรผู้บริโภคเป็นองค์กรที่ดีแต่ยังขาดกระบวนการผลักดันให้เป็นจริง สิ่งที่องค์กรต้องดำเนินการคือ การผลักดันหรือส่งเสริมประชาสัมพันธ์ให้ผู้บริโภคเข้าถึงสิทธิ โดยกระจายการทำงานไปยังระดับพื้นที่ ระดับจังหวัด ต้องทำให้ผู้บริโภครู้จักสิทธิของตนและปกป้องสิทธิผู้บริโภค เราต้องผลักดันกฎหมายให้มีการรองรับองค์กรอิสระให้ได้ (ตัวแทนผู้บริโภคจากอำเภอรัตภูมิ)

๕. ช่องทางการเข้าถึงสิทธิของผู้บริโภคเป็นเรื่องของผู้บริโภคทุกคนที่ต้องสนใจเอาใจใส่ เพราะเป็นเรื่องที่เราทุกคนต้องใฝ่รู้เรียนรู้ และผลักดันให้เกิดองค์กรอิสระ เพื่อทำหน้าที่ในการแก้ปัญหา เครือข่ายองค์กรผู้บริโภคได้ทำหน้าที่ให้เกิดการแก้ไขปัญหาผู้บริโภคและสามารถดำเนินการแก้ไขปัญหาได้บางส่วน วิธีการในการผลักดันให้เกิดองค์กรอิสระผู้บริโภคนั้นสามารถทำได้หลายๆช่องทาง เช่น จัดเวทีแลกเปลี่ยน ทำให้เป็นข่าว เชิญสส.มาร่วม ตัวแทนผู้นำศาสนา โดยภาคใต้ต้องทำให้เป็นข่าวเหมือนๆกันทุกจังหวัด(ผู้ประสานงานเครือข่ายคุ้มครองผู้บริโภคจังหวัดสตูล)

๖. ได้มีการผลักดันสิทธิบัตรยา การผลักดันให้ใช้สิทธิเดียว เป็นการปกป้องสิทธิให้เป็นยาบัญชีเดียว (ตัวแทนผู้บริโภค)

๗. การใช้สื่อเช่น วิทยุ สามารถทำให้ผู้บริโภคเข้าถึงข้อมูลได้ และในการร้องเรียนอยากให้มีการปรับปรุงเอกสารร้องเรียนให้สามารถใช้ง่ายขึ้น (ตัวแทนผู้บริโภคสงขลา)

หัวข้อที่เกี่ยวข้อง

แสดงความคิดเห็น

« 3558
หากท่านไม่ได้เป็นสมาชิก ท่านจำเป็นต้องป้อนตัวอักษรของ Anti-spam word ในช่องข้างบนให้ถูกต้อง
The content of this field is kept private and will not be shown publicly. This mail use for contact via email when someone want to contact you.
Bold Italic Underline Left Center Right Ordered List Bulleted List Horizontal Rule Page break Hyperlink Text Color :) Quote
คำแนะนำ : เนื่องจากได้มีการเปลี่ยนแปลงวิธีการขึ้นบรรทัดใหม่ ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้
  • วิธีการขึ้นบรรทัดใหม่โดยไม่เว้นช่องว่างระหว่างบรรทัด ให้เคาะเว้นวรรค (Space bar) ที่ท้ายบรรทัดจำนวนหนึ่งครั้ง
  • วิธีการขึ้นย่อหน้าใหม่ซึ่งจะมีการเว้นช่องว่างห่างจากบรรทัดด้านบนเล็กน้อย ให้เคาะ Enter จำนวน 2 ครั้ง