สมาคมผู้บริโภคสงขลา

บทความ

วิกฤติ'คลื่นความร้อน'ที่พึงระวัง!

by khaohom @May,18 2010 14.45 ( IP : 118...124 ) | Tags : บทความ

ท่ามกลางสภาพอากาศร้อนอบอ้าวแสงแดดแผดเผารุนแรงไร้ลมเย็นและฝนตกโปรยปรายลงมาสร้างความชุ่มชื้น นอกเหนือจากความแห้งแล้งขาดแคลนน้ำที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ อีกสิ่งที่มีการกล่าวขานถึงนั่นคือ คลื่นความร้อน (Heat Wave) ปรากฏการณ์อันตรายที่ส่ง  ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และการดำเนินชีวิต!

คำอธิบายภาพ : 1260ในช่วงฤดูร้อนของประเทศไทยนับแต่กลางเดือนกุมภาพันธ์ถึงกลางเดือนพฤษภาคมเป็นระยะเวลาที่ขั้วโลกเหนือหันเข้าหาดวงอาทิตย์ โดยเฉพาะเดือนเมษายนบริเวณประเทศไทยดวงอาทิตย์อยู่เกือบ  ตรงศีรษะในเวลาเที่ยงทำให้ประเทศไทยได้รับความร้อนจากดวงอาทิตย์เต็มที่และบางครั้งยังมีหย่อมความกดอากาศต่ำจากความร้อนปกคลุม อีกทั้งการเพิ่มขึ้นของก๊าซเรือน กระจกที่มีแนวโน้มสูงขึ้น  ในแต่ละปี และหากปีใดมีปรากฏการณ์เอลนินโญ่ก็จะมีอุณหภูมิสูงกว่าปกติ ขณะที่หลายพื้นที่เผชิญกับสภาพอากาศร้อนระอุ

เมธี มหายศนันท์ นักอุตุนิยมวิทยาชำนาญพิเศษ สำนักพยากรณ์อากาศ กรมอุตุนิยมวิทยา ให้ความรู้ว่า ขณะนี้ยังอยู่ในฤดูร้อน เป็นความปกติของฤดูกาล ส่วนความร้อนระอุอบอ้าวที่เกิดขึ้นเพราะแสงอาทิตย์สาดส่องลงมาโดยตรง ไม่มีฝน ไม่มีความชื้นเข้ามาช่วยลด อุณหภูมิ ความร้อนจึงสะสม เพิ่มขึ้น แต่อย่างไรแล้วหากมีฝนตกลงมาบ้างก็จะช่วย  ลดคลายความร้อนลง

“ฤดูร้อนจะเริ่มขึ้นช่วงประมาณกลางเดือนกุมภาพันธ์จนกระทั่งถึงกลางเดือนพฤษภาคม แต่ทั้งนี้อาจจะเร็วหรือช้ากว่าปกติประมาณ 1-2 สัปดาห์ ส่วนปีนี้ที่อากาศร้อนขึ้น เนื่องจากมีปรากฏการณ์  เอลนินโญ่ทำให้เกิดความแห้งแล้ง

อย่างไรก็ตามสถิติอุณหภูมิสูงสุดของบ้าน  เราในช่วงฤดูร้อนนับแต่ปี 2494-2549 ในเดือนมีนาคมถึงเดือนพฤษภาคม มีอุณห ภูมิเฉลี่ย 41.2-44.5 องศาเซลเซียส โดยภาคเหนือจังหวัดอุตรดิตถ์มีอุณหภูมิ  สูงสุด 44.5 องศาเซลเซียส”

ส่วนที่มีการกล่าวกันถึง คลื่นความร้อน หรือ ฮีทเวฟ หมายถึง ความร้อนช่วงระยะเวลาหนึ่งที่อุณหภูมิสูงขึ้นกว่าปกติต่อเนื่องหลายวัน และเมื่อพูดกันถึงคลื่นความร้อนจะเกี่ยวเนื่องกับความชื้นร่วมด้วย คลื่นความร้อน มีทั้งในพื้นที่เกิดความร้อนเป็นกลุ่มก้อน อย่างเช่น ในภาคเหนือช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา ภาคเหนืออากาศร้อนมากอุณหภูมิสูงนับจากต้นเดือนจวบถึงสงกรานต์ความร้อนมีเกณฑ์เฉลี่ย 35.1 องศาขึ้นไป ซึ่งอุณหภูมิดังกล่าวกรมอุตุฯ กำหนดเกณฑ์อากาศร้อนไว้ว่าหากอุณหภูมิตั้งแต่ 35.1-39.9 องศา ถือว่าอากาศร้อน แต่ถ้าอากาศร้อนจัดจะมี  อุณหภูมิตั้งแต่ 40.1 องศา ขึ้นไป ซึ่งอากาศร้อนจัดในปีนี้อยู่ที่จังหวัดตากคือ 43.5 องศา

นอกจากนี้ยังมีประเด็นกล่าวถึงคลื่นความร้อนซึ่งหากมีลมระบบหลักพัดผ่านมาผลักความร้อน การเคลื่อนจะไม่เป็นแบบตรง ๆ แต่จะค่อย ๆ ขยับไป การขยับจะเป็นคลื่นอากาศ ซึ่งบ้านเราเหมือนกับสภาพของเตาอบอุณหภูมิความร้อนจะพุ่งขึ้น การระบายความร้อนไม่ค่อยมีและเมื่อด้านบนถูกอัดแน่น ความร้อนก็จะอบอยู่

“คลื่นความร้อนมีหลายประเด็นให้ศึกษา แต่หากเป็นเหมือนเตาอบ อากาศความร้อนไม่สามารถไหลออกไปได้ ฝุ่นละออง  ถูกกักเก็บอยู่ มลพิษหรือ  ฝุ่นละอองขนาดเล็กจะฟุ้งกระจายและเมื่อความร้อนอบอยู่ไม่สามารถแผ่ไปได้อุณหภูมิความร้อนก็จะเพิ่มขึ้น”

อย่างที่กล่าว คลื่นความร้อนเป็นกลุ่มก้อนไม่ขยับไปยังที่  ใดกับแบบพัดพาความร้อน บ้านเราคงไม่อาจเผชิญกับคลื่นความร้อนที่เป็นระบบใหญ่ขนาดนั้นได้ ทั้งนี้เพราะมีสภาพภูมิประเทศที่ดี แต่อย่างไรคงต้องติดตามเฝ้าระวังและมีการเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับปรากฏการณ์ดังกล่าว

“คลื่นความร้อนที่อาจ พบเจอในอนาคตจำเป็นจะต้องมีการพูดถึงนิยามชัดเจนขึ้นเพื่อเตือนประชาชนให้หลีกเลี่ยงและความตื่นตัว  ในเรื่องนี้อาจเป็นเพราะสภาพอากาศที่ร้อนเพิ่มขึ้นอย่างในช่วง 30 ปีก่อนอากาศร้อนที่สัมผัสได้ก็คง  ไม่เหมือนกับช่วงเวลานี้โดยเฉลี่ยอุณหภูมิก็ไม่น่าจะถึง 40 องศา แต่มาในระยะหลังอุณหภูมิความร้อนสัมผัสได้ชัดเจนขึ้น

อีกทั้งยังพบว่ามีการขยับเลื่อนขึ้นเรื่อย ๆ เห็นเป็นรูปธรรมขึ้น อุณหภูมิเฉลี่ยในช่วงเวลาเช้าและเวลาบ่ายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจะเห็นว่าอุณหภูมิช่วงเวลาเช้าประมาณ 06.00 น. จะต่ำสุดแต่พอถึงช่วงบ่ายประมาณ 14.00-15.00 น.จะสูงสุด จึงควรเพิ่มความระมัดระวังในการสัมผัสกับแสงแดดโดยตรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาเที่ยง  ซึ่งพระอาทิตย์อยู่ตรงกลางศีรษะจนถึงเวลา 16.00 น.”

แต่หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ต้องสัมผัสกับแสงแดดเป็นเวลานานควรเตรียมตัวให้พร้อมไม่ว่าจะเป็น การดื่มน้ำให้มากขึ้น สวมใส่เสื้อผ้าที่มีความเหมาะสม ใส่แว่นกันแดด สวมหมวกหรือแม้แต่กางร่ม ฯลฯ ป้องกันการสัมผัสกับแสงแดดจ้าโดยตรง ทั้งนี้หากร่างกายไม่สามารถระบายความร้อนก็จะมีผลกระทบต่อสุขภาพและนอกจากการ  เสียเหงื่อ อาจต้องเผชิญกับ โรคลมร้อน ภาวะวิกฤติของร่างกายที่ไม่สามารถควบคุมความร้อนได้ ซึ่งโรคนี้เกิดจากการได้รับความร้อนมากเกินไปไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกายหรือเล่นกีฬาในภาวะอากาศร้อนจัดเป็นเวลานาน นอกจากนี้อาจเผชิญกับ โรคเพลียแดด ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้เช่นเดียวกัน เป็นต้น

จากช่วงที่ผ่านมาจะ  เห็นได้ว่าอุณหภูมิมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อย ๆ สิ่งนี้เป็นภาพใหญ่ที่ทั่วโลกกำลังเผชิญ  และการแก้ไขบรรเทาอย่างยั่งยืนคงจะต้องเป็นเรื่องของการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของมนุษย์ รวมถึงสนใจห่วงใยธรรมชาติเพิ่มมาก ขึ้น ซึ่งการรักษาดูแลสิ่ง  แวดล้อมนี้มีความหมายสำคัญ

ขณะที่คลื่นความร้อนเป็นเรื่องของความร้อนสะสม ยกตัวอย่างเห็นภาพชัดขึ้นเหมือนกับถนนที่ราดยางมะตอย หากแสงแดดสาดส่องลงมาก็จะไม่ดูดซับความร้อนไว้และจะแผ่รังสีความร้อนออกมาโดยตรง แต่หากมีต้นไม้ทอดเงาปกคลุมไว้บ้างก็จะดูดซับความร้อนไว้ได้

“คลื่นความร้อนนี้เกิดขึ้นได้ทุกพื้นที่ แต่อย่างไรก็ตามสามารถที่จะป้องกัน ได้โดยพยายามฟื้นคืนความสมดุลให้กับธรรมชาติและจากนี้ไปคงจะต้องเฝ้าติดตามเรื่องนี้กันอย่างใกล้ชิด เช่นเดียวกับการติดตามข่าวสารการพยากรณ์อากาศ  ซึ่งก็จะเป็นอีกทางหนึ่งที่จะช่วยให้เราพร้อมเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศที่เกิดขึ้นซึ่ง  ไม่เฉพาะในเรื่องความร้อน” นักอุตุนิยมวิทยากล่าว

จากความเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศคงถึงเวลา  ที่เราจะเพิ่มความเอาใจใส่ รักษาสมดุลธรรมชาติดูแลสิ่งแวดล้อมนับแต่ต้นทางก็จะช่วยลดคลายอุณหภูมิความร้อน หลีกไกลจากคลื่นความร้อนได้อย่างยั่งยืน.

ที่มา : เดลินิวส์ออนไลน์ วันอังคาร ที่ 18 พฤษภาคม 2553

แสดงความคิดเห็น

« 4331
หากท่านไม่ได้เป็นสมาชิก ท่านจำเป็นต้องป้อนตัวอักษรของ Anti-spam word ในช่องข้างบนให้ถูกต้อง
The content of this field is kept private and will not be shown publicly. This mail use for contact via email when someone want to contact you.
Bold Italic Underline Left Center Right Ordered List Bulleted List Horizontal Rule Page break Hyperlink Text Color :) Quote
คำแนะนำ เว็บไซท์นี้สามารถเขียนข้อความในรูปแบบ มาร์คดาวน์ - Markdown Syntax:
  • วิธีการขึ้นบรรทัดใหม่โดยไม่เว้นช่องว่างระหว่างบรรทัด ให้เคาะเว้นวรรค (Space bar) ที่ท้ายบรรทัดจำนวนหนึ่งครั้ง
  • วิธีการขึ้นย่อหน้าใหม่ซึ่งจะมีการเว้นช่องว่างห่างจากบรรทัดด้านบนเล็กน้อย ให้เคาะ Enter จำนวน 2 ครั้ง