ทวง ก.ม.ผู้บริโภค14 ปี!ที่รอคอย

photo  , 630x378 pixel , 102,064 bytes.

“14 ปีที่รอคอย...ประชาชนได้อะไรจากองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค” เป็นประโยคเปิดการสนทนาในวันนี้ของสารี อ๋องสมหวัง มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค

มาตรา 57 รัฐธรรมนูญปี 2540 ระบุว่า สิทธิของบุคคลซึ่งเป็นผู้บริโภคย่อมได้รับการคุ้มครอง ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ ซึ่งกฎหมายตามวรรคหนึ่งบัญญัติให้มีองค์การอิสระ ซึ่งประกอบด้วยตัวแทนผู้บริโภคในการให้ความเห็นในการตรากฎหมาย...กฎ...ข้อ บังคับ และให้ความเห็นในการกำหนดมาตรการต่างๆ เพื่อคุ้มครองผู้บริโภค

สา รี บอกว่า ที่ผ่านมา...นับตั้งแต่ปี 40 ถึงปี 51 เราพบกับรัฐมนตรีไม่ต่ำกว่า 8 ท่าน...จัดเวทีมากกว่า 100 ครั้งทั่วประเทศ...เข้าชื่อ 5 หมื่นชื่อเสนอกฎหมาย เพียงหวัง...ผู้บริโภคไทยต้องได้รับการคุ้มครอง

ปัญหามีว่า...สิบ กว่าปีกับข้อถกเถียงจากรัฐธรรมนูญปี 2540 ในรูปแบบเป็นองค์การอิสระหรือเป็นคณะกรรมการ, องค์การอยู่ภายใต้กฎหมายเดิม ภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 หรือออกเป็นกฎหมายฉบับใหม่

ความ เป็นอิสระ ก็เช่น มีสำนักงานเป็นอิสระ หรือให้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคเป็นสำนักงานเลขานุการ, คณะกรรมการทำงานเต็มเวลาหรือไม่เป็นเพียงคณะกรรมการนโยบาย และประเด็นสุดท้าย...รัฐธรรมนูญไม่ได้กำหนดระยะเวลาที่จะต้องจัดทำ

ดู เหมือนจะยิ่งตอกย้ำด้วยมาตรา 61 รัฐธรรมนูญปี 2550 ที่สารี แห่งมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ย้ำว่า “สิทธิของบุคคล ซึ่งเป็นผู้บริโภค ย่อมได้รับการคุ้มครองในการได้รับข้อมูลที่เป็นความจริง และมีสิทธิร้องเรียนเพื่อให้ได้รับการแก้ไขเยียวยาความเสียหาย รวมทั้งมีสิทธิรวมตัวกันเพื่อพิทักษ์สิทธิผู้บริโภค...”

และก็เป็น อีกครั้ง...ที่พวกเราเข้าชื่อประชาชนหมื่นรายชื่อ เสนอกฎหมาย ประกาศเจตนารมณ์ หารายชื่อ ตั้งแต่วันที่ 15 มีนาคม 2551...โดยยื่นต่อประธานรัฐสภาไปเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ปีที่แล้ว

“การ เข้าชื่อประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งครั้งนี้ เพื่อเสนอ...ร่างกฎหมายชูกำลัง เสริมพลังผู้บริโภคได้รับการลงนามเห็นชอบโดยนายกรัฐมนตรีเนื่องจากเป็น กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเงิน แต่ก็มิได้ถูกพิจารณาในสมัยนิติบัญญัติที่ผ่านมาเช่นเดียวกัน”

มาตรา 163...ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่น้อยกว่าหนึ่งหมื่นคน มีสิทธิเข้าชื่อร้องขอต่อประธานรัฐสภาเพื่อให้รัฐสภาพิจารณาร่างพระราช บัญญัติตามที่กำหนดในหมวด 3 และหมวด 5 แห่งรัฐธรรมนูญนี้

วันเวลาที่ พวกเราผ่านร้อนผ่านหนาวมาอย่างมีความหวัง เหตุผลสำคัญที่คนไทยทุกคนจะต้องรู้เอาไว้ นั่นก็คือ เมื่อมี...“องค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค” ประชาชนได้อะไรบ้าง? บทบาทองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค...ให้ความเห็น

เพื่อ ประกอบการพิจารณาของหน่วยงานรัฐในการตรา...การบังคับใช้กฎหมาย...กฎ และให้ความเห็นในการกำหนดมาตรการต่างๆ เพื่อคุ้มครองผู้บริโภค

ตรวจ สอบการกระทำหรือละเลยการกระทำอันเป็นการคุ้มครองผู้บริโภคและรายงานไปยัง หน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบ, ดำเนินการและสนับสนุนการเผยแพร่ข้อมูลที่เป็นจริง หรือแจ้ง หรือโฆษณาข่าวสารเกี่ยวกับสินค้า หรือบริการที่อาจก่อให้เกิดความเสียหาย หรือเสื่อมเสียแก่สิทธิของผู้บริโภค ในการนี้จะระบุชื่อสินค้า หรือบริการ หรือชื่อของผู้ประกอบการด้วยก็ได้

สนับสนุนการใช้สิทธิร้องเรียนของ ผู้บริโภคและองค์กรผู้บริโภคที่ได้รับความเดือดร้อน หรือเสียหายอันเนื่องมาจากการกระทำของผู้ประกอบการ และดำเนินการให้มีการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท ในกรณีที่คณะกรรมการเห็นว่า การดำเนินคดีต่อศาลยุติธรรม หรือศาลปกครองเพื่อพิทักษ์สิทธิผู้บริโภคจะเป็นประโยชน์แก่ผู้บริโภคเป็น ส่วนรวม คณะกรรมการอาจจะส่งเรื่องให้อัยการสูงสุด เพื่อพิจารณาแต่งตั้งพนักงานอัยการดำเนินคดีตามที่อัยการสูงสุดเห็นสมควรได้ และในการดำเนินคดีนั้นให้พนักงานอัยการมีอำนาจฟ้องเรียกทรัพย์สิน หรือค่าเสียหายให้แก่ผู้บริโภคที่ร้องขอได้ด้วย

ทั้งนี้ การฟ้องและดำเนินคดีดังกล่าว ให้ได้รับยกเว้นค่าฤชาธรรม- เนียมทั้งปวง แต่ไม่รวมถึงความรับผิดในค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นที่สุด

สนับสนุน และให้การช่วยเหลือแก่องค์กรผู้บริโภคในด้านต่างๆ เพื่อการพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งขององค์กรผู้บริโภค ตลอดจนประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค, ส่งเสริมการศึกษาและการวิจัย รวมทั้งจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นจากองค์กรผู้บริโภค หรือประชาชน

จัด ให้มีการประชุมสมัชชาองค์กรผู้บริโภคอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้งเพื่อประเมิน การดำเนินงานขององค์การ และติดตามตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานของรัฐที่ทำหน้าที่คุ้มครอง ผู้บริโภค

หากยังจำกันได้ กรณี...ทางด่วนโทลล์เวย์ สารีย้ำว่า นี่คือบทบาทการฟ้องคดีแทนผู้บริโภคเพื่อประโยชน์สาธารณะ...การขึ้นราคาจาก 55 บาท เป็น 85 บาท ของบริษัทโทลล์เวย์ทำให้ประชาชนเดือดร้อน และเกิดปัญหาการจราจรบนถนนวิภาวดี...เชื่อมโยงติดต่อไปถึงเส้นทางที่ เกี่ยวข้อง

สัญญาสัมปทานเริ่มในเดือนสิงหาคม 2532 มีการแก้ไข 3 ครั้งในปี 2538...2539...2550 ซึ่งสัญญานี้เป็นสัญญาทางปกครอง ขัดต่อกระบวนการกฎหมายปกครอง และขัดต่อการรับรู้ข้อมูลของประชาชน สิทธิผู้บริโภคที่จะต้องได้รับการคุ้มครอง โดยนโยบายของรัฐที่จะต้องจัดบริการสาธารณะ ตามมาตรา 48, 56.61 และ 84 (10) 9

ทำให้ รัฐ...สาธารณะ...ประชาชน ผู้บริโภคเสียหายมาก เช่น การจ่ายตอบแทนจำนวน 200,000 บาทในระยะเวลา 25 ปี เพียงวันละ 22 บาทขณะที่มีรายได้ 4.4 ล้านบาทต่อวัน, ใช้เงินหลายพันล้านช่วงอนุสรณ์สถาน–รังสิต แต่ทำสัญญาสละสิทธิในการเก็บเงินตลอดสัญญา

ทำลายทรัพย์สินบริการ สาธารณะของรัฐ เช่น สะพานลอยบางเขน หลักสี่, อนุญาตให้บริษัทใช้อำนาจรัฐขึ้นราคาโดยไม่ต้องเห็นชอบจากกรมทางหลวง, การคิดราคายึดหลักการจ่ายผลตอบแทนของผู้ถือหุ้นบริษัท

การสร้างความ เข้มแข็งให้แก่ผู้บริโภคจึงเป็นทางออกที่สำคัญ หากผู้บริโภคตระหนักในสิทธิอันพึงมีพึงได้ของตน มีการรวมกลุ่มอย่างเข้มแข็ง พร้อมเดินหน้าชนกับสินค้าและบริการที่เอาเปรียบ ไม่เฉพาะเจาะจงแค่การบริโภคเท่านั้น...หากรวมไปถึงฐานรากต่างๆที่ค้ำจุนความ ไม่เป็นธรรมในสังคมไทยจะเกิดการสั่นคลอนขนานใหญ่

เครือข่ายผู้บริโภค จะรอความจริงใจของรัฐบาลนายกฯหญิงยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในวันอังคารที่ 13 กันยายนนี้ เวลา 09.30 น. จะนัดรวมตัวกันอีกครั้งที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อรอฟังผลการประชุมของคณะรัฐมนตรีว่ามีร่างกฎหมายฉบับใดบ้างที่คณะ รัฐมนตรีร้องขอให้รัฐสภาพิจารณา

สารี อ๋องสมหวัง มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ทิ้งท้ายว่า ขอแรงคนไทยทุกคนร่วมเชียร์ “กฎหมายชูกำลัง เสริมพลังผู้บริโภค” พ.ร.บ.องค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค ให้ ครม.มีมติเห็นชอบโดยเร็ว

ที่มา :ไทยรัฐออนไลน์ วันอังคารที่ 13 กันยายน พ.ศ.2554

Relate topics